รัฐบาลเขมรจัดกฐินใหญ่ไปยังพระวิหาร

ฟิฟทีนมูฟ — หนังสือพิมพ์กัมพูชาใหม่ หรือ กัมปูเจียทมัย รายงานข่าวเมื่อวานนี้ (๑๑ พฤศจิกายน) ว่าวันศุกร์ที่ ๑๒ พฤศจิกายน นายกรัฐมนตรี ฮุน เซน เป็นตัวแทนของรัฐบาลกัมพูชา จัดกฐิน (Kathen ) ใหญ่เพื่อรวบรวมเงินสร้างและบูรณะวัด ๖ แห่งในพระวิหาร งานสมโภชน์กฐินจะเริ่มที่ตึกวิมานสันติภาพทำเนียบรัฐบาลโดยจะมีพระมาร่วมทำพิธีสมโภชน์กฐิน ก่อนที่คณะกฐินจะเดินทางไปยังวัดรพะเจดีย์สวายชรวม (Svay Chroum) ซึ่งตั้งอยู่ที่เขตอนุรักษ์ธรรมชาติฮุน เซน (Hun Sen Nature Reserves) จังหวัดพระวิหาร ในวันเสาร์ที่ ๑๓ พฤศจิกายน พลเอกเจีย ดารา (Gen. Chea Dara) รองผู้บัญชาการทหารสูงสุดรับผิดชอบปฏิบัติการพระวิหาร ระบุว่ากฐินจะจัดในนามรัฐบาล รองนายกรัฐมนตรี ซก อาน (Sok An) และเมน สม ออน (Men Sam On) จะเดินทางนำคณะกฐินมายังพระวิหารด้วยตัวเอง เขาระบุอีกว่าคณะกฐินจะเดินทางมายังพระเจดีย์สวายชรวม  แต่เงินทั้งหมดที่ได้รับจะถวายให้วัดอื่นเช่นกัน โดยที่เงินกฐินส่วนใหญ่จะถวายให้กับวัดแก้วสิกขาคีรีสวาระซึ่งมีความขัดแย้งและถูกยึดครองโดยทหารไทยเมื่อวันที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๕๑ ในช่วงเวลาเดียวกันพระไทยและคนไทยจำนวน ๔๐ คน จะนำกฐินมายังกัมพูชาผ่านทางจุดผ่านแดนนานาชาติปอยเปต เพื่อนำเงินกฐินมายังวัดปทุมวดี (Wat Botum vaddei) ในกรุงพนมเปญ แต่คณะกฐินถูกยับยั้งชั่วขณะโดยตำรวจจุดผ่านแดนกัมพูชาเนื่องจากไม่ได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้า อย่างไรก็ตามหลังจากเจ้าหน้าที่กัมพูชาได้ตรวจสอบและพบว่ามีเอกสารผ่านแดนอย่างถูกต้อง คณะกฐินไทยได้รับอนุญาตให้เดินทางไปยังพนมเปญ  ตามเอกสารการเดินทาง คณะกฐินไทย ๔๐ คน จะอยู่ในกัมพูชาเป็นเวลา ๔ วัน ระหว่างวันที่ ๑๐-๑๔ พฤศจิกายน และจะเดินทางจากปอยเปตไปยังเมืองเสียมราฐ แล้วจะเดินทางต่อไปยังภูเขากุเลน (Kulen Mountain) เพื่อเยี่ยมชมโบราณสถานก่อนที่จะเดินทางต่อไปยังวัดพระเจดีย์ปทุวดีในกรุงพนมเปญ


หมวด ข่าว | แท็ก | 2 ความเห็น

บันไดไม้ขึ้นพระวิหารเสร็จแล้ว อพยพชาวบ้านสร้างที่ทำการยูเนสโก

ฟิฟทีนมูฟ — หนังสือพิมพ์พนมเปญโพสต์รายงานวันนี้ (๑๑ พฤศจิกายน)  ว่าการก่อสร้างบันไดไม้ความยาว ๑๖๓๐ เมตร ขึ้นปราสาทพระวิหารเสร็จสมบูรณ์แล้ว เป็นการพัฒนาล่าสุดที่จะดึงนักท่องเที่ยวไปยังแหล่งมรดกโลก ทั้งนี้หน่วยงาน  Preah Vihear National Authority ได้เริ่มโครงการเมื่อปีที่แล้ว เป็นการก่อสร้างสะพานไม้ขนานกับแนวบันไดหินโบราณที่หน้าผา ซึ่งเจ้าหน้าที่ระบุว่าบันไดใหม่นี้จะทำให้นักท่องเที่ยวเข้าชมหมู่ปราสาทง่ายยิ่งขึ้น โดยนาย โอม ภิรม (Om Phirom) หัวหน้าหน่วยตำรวจของ PVNA กล่าวว่า “ตนหวังว่าบันไดดังกล่าวจะดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยี่ยมชมปราสาทมากยิ่งขึ้น เนื่องจากตอนนี้มีช่องทางเข้าถึงตัวปราสาทมากขึ้น” ในครึ่งแรกของปีนี้ มีนักท่องเที่ยวประมาณ ๕๐๐๐๐ คนเดินทางมาเยี่ยมชมปราสาท เทียบกับช่วงเดียวกันเมื่อปีที่แล้วที่มีผู้เยี่ยมชมน้อยมากเพียง ๖๐๐๐ คน เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นระบุว่าการมีโครงสร้างพื้นฐานที่ดีขึ้น และความตึงเครียดตามแนวชายแดนกับไทยที่ลดลงเป็นผลให้มีนักท่องเที่ยวมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ขณะที่การพัฒนาขยายตัว เจ้าหน้าที่รัฐและเจ้าหน้าที่อนุรักษ์มีปัญหาขัดแย้งกับคนท้องถิ่นมากขึ้น ชาวบ้านในอำเภอจอมกะสัน (Choam Ksan) ในจังหวัดพระวิหารถูกบังคับให้ย้ายออกจากบ้านภายในสิ้นเดือนที่แล้ว เพื่อเปิดทางสำหรับการก่อสร้างสำนักงานของยูเนสโกและ PVNA มีชาวบ้านมากกว่า ๒๕๐ ครอบครัวในหมู่บ้านสวายชรุม (Svay Chrum) ของอำเภอดังกล่าว ได้รับเงิน ๒ ล้านเรียล (ประมาณ ๑๔,๒๕๐ บาท) และที่ดินในหมู่บ้านธรรมชาติ สมเด็จ เดโช (Thamacheat Samdech Techo) ซึ่งมีหลายร้อยครอบครัวย้ายเข้าไปอยู่ก่อนแล้ว และชาวบ้านจำนวนมากระบุว่าการชดเชยดังกล่าวไม่เพียงพอ มล มาบ (Mol Mab) กำนันตำบลกันต๊วต (Kantuot) กล่าวเมื่อวานนี้ว่า “ชาวบ้านได้ถูกสั่งให้ย้ายออกไปภายในสิ้นเดือนที่แล้ว แต่พวกเข้าไม่ได้ย้ายออกไปหรือตั้งบ้านเรือนในที่ใหม่”


หมวด ข่าว | แท็ก | 5 ความเห็น

ฮุน เซน ไม่คุยปัญหาเขตแดนกับอภิสิทธิ์ที่ฮานอย

ฟิฟทีนมูฟ – ฮุน เซน มาแปลกไม่นำประเด็นปัญหาเขตแดนถกอภิสิทธิ์ระหว่างการประชุมอาเซียน-ยูเอ็นที่ฮานอย ซ้ำยังแสดงความเข้าใจ ซึ่งก่อนหน้านี้นายกษิต ภิรมย์ ระบุไทยจะคุยปัญหาพระวิหารกับเขมร และอภิสิทธิ์เผยกับตัวแทนพันธมิตรฯ ต้องมีความคืบหน้าไปรายงานฮุน เซน ฮุน เซน และอภิสิทธิ์ ระหว่างพูดคุยเป็นเวลา ๑๕ นาทีที่กรุงฮานอย หนังสือพิมพ์เกาะสันติภาพของกัมพูชารายงานข่าวเมื่อวานนี้ (๒๙ ตุลาคม) ว่านายกรัฐมนตรีฮุน เซน ได้พบปะนอกรอบกับนายกรัฐมนตรีไทย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นเวลา ๑๕ นาที ระหว่างการประชุมอาเซียนซัมมิตที่กรุงฮานอย เมื่อวันที่ ๒๙ ตุลาคม แต่ไม่ได้นำประเด็นปัญหาเขตแดนที่ดำเนินอยู่ของสองประเทศมาพูดคุย นายศรี ธำรง (Mr. Sri Thamrong) ที่ปรึกษาของนายฮุน เซน ระบุว่าฮุน เซน ไม่ได้นำประเด็นปัญหาเขตแดนขึ้นมาพูดคุยกับนายกรัฐมนตรีไทย โดยไม่ได้ระบุเหตุผล เขาระบุว่าผู้นำทั้งสองได้หารือกันในหลายประเด็นปัญหา โดยเฉพาะในการสร้างความเป็นมิตรที่เหนียวแน่น และการสร้างความเข้มแข็งในความร่วมมือระหว่างสองประเทศ ต่อปัญหารัฐสภาไทยเลื่อนการลงมติรับรองข้อตกลงเขตแดนทั้งสามฉบับก่อนหน้า นายธำรงระบุว่านายฮุน เซน ได้แสดงความเข้าใจต่อความลำบากที่นายกรัฐมนตรีและรัฐสภาไทยต้องเผชิญ นอกจากนี้เขายังระบุว่าสองผู้นำได้หารือประเด็นที่มีรายงานว่าแกนนำเสื้อแดง อริสมันต์ พงษ์เรืองรอง หลบหนีอยู่ในกัมพูชา นายฮุน เซน ได้สัญญาว่าจะทำการตรวจสอบ ทั้งนี้ นายฮุน เซน เรียกร้องความร่วมมือจากประเทศไทยเพื่อทำการตรวจสอบความจริงเกี่ยวกับรายงานของสื่อไทยที่ระบุว่ากัมพูชาได้ให้แหล่งฝึกอาวุธกับขบวนการเสื้อแดง


หมวด ข่าว | แท็ก | 3 ความเห็น

ทหารไทย-เขมรเห็นชอบถอนทหารจากพระวิหาร!?

ฟิฟทีนมูฟ — หนังสือพิมพ์กัมปูเจียทมัย (กัมพูชาใหม่) รายงานเมื่อวานนี้ (๒๘ ตุลาคม) เปิดเผยว่าทหารฝ่ายกัมพูชาและไทยได้เห็นชอบร่วมกันที่จะถอนทหารจากพื้นที่แขดแดนพระวิหาร โดยในการประชุมแบบปิดประตูคุยในโรงแรมพนมเปญ กรุงพนมเปญ ระหว่างวันที่ ๒๗-๒๘ ตุลาคม ผู้นำทหารกัมพูชาและไทยได้เห็นชอบใน ๔ ประเด็น รวมถึงการถอนทหารออกจากพื้นที่พิพาทรอบปราสาทพระวิหาร โดยข้อตกลงแรกคือการตั้งกรรมการ ๕ คน สำหรับการตรวจพิสูจน์การถอนกำลังทหาร ข้อตกลงที่ ๒ เป็นการปรับการจัดวางกำลังทหารที่วัดแก้วสิกขาคีรีสวาระจากเดิม ๑๐ นาย เหลือทหารซึ่งปลดอาวุธ ๕ หรือ ๒ นาย ข้อตกลงที่ ๓ คือการเปิดปราสาทพระวิหารให้นักท่องเที่ยวจากสองประเทศเข้าเที่ยวชม ข้อตกลงประการที่ ๔ คือการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่างผู้บัญชาการทั้งสองฝ่ายเพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าทางทหาร พลเอกเจีย ดารา (Gen. Chea Dara) รองผู้บัญชาการทหารสูงสุดรับผิดชอบปฏิบัติการพระวิหารระบุุว่าการถอนทหารจะเป็นไปตามขั้นตอน เริ่มวันที่ ๑ พฤศจิกายน โดยเขาระบุว่าความสำเร็จใหญ่สุดของการประชุมคือการลดกำลังทหารจากที่แก้วสิกขาคีรีสวาระจากทหารไทย ๑๐ นาย เหลือ ๕ นาย และ ๒ นาย และเขาหวังว่าทหารไทยจะถอนตัวออกจากวัดแก้วสิกขาคีรีสวาระทั้งหมดในท้ายที่สุด


หมวด ข่าว | แท็ก | 3 ความเห็น

บัน คี มูน เจือกอีก–ฮวย เซง บอกบัน ไทยรุกล้ำดินแดน-ละเมิดอธิไตยกัมพูชา!!

ฟิฟทีนมูฟ—นายบัน คีมมูน เลขายูเอ็นบอกให้ไทยกับกัมพูชาเจรจาด้วยสันติ ขอมีเอี่ยวเร่งให้สองประเทศแก้ปัญหาด้วยสันติโดยไว ขณะที่ ฮุน เซน ฟ้องบันว่าความขัดแย้งทั้งหมดเกิดจากไทยละเมิดดินแดนและอธิปไตยกัมพูชา นายบัน คีมูน และ ฮุน เซน ระหว่างการเยือนกัมพูชาอย่างเป็นทางการ สำนักข่าวซินหัวของจีน รายงานวันนี้ว่านายบัน คีมูน เลขาธิการองค์การสหประชาชาติหรือยูเอ็นเรียกร้องให้กัมพูชาและไทยแก้ปัญหาพิพาทเขตแดนโดยวิธีสันติ โดยนายบันได้กล่าวระหว่างเดินทางเยือนประเทศอาเซียนว่าตนได้พบกับนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายกรัฐมนตรี ฮุน เซน ได้พูดคุยในประเด็นความสัมพันธ์ของสองประเทศกับทั้งสองผู้นำ นายบันกล่าว “ตนหวังว่าผู้นำทั้งสองประเทศจะแก้ปัญหาพิพาทเขตแดนด้วยการเจรจาสันติ” ยิ่งกว่านั้น ระหว่างที่นายบันอยู่ที่กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม เขาจะกระตุ้นให้สองประเทศหาหนทางสันติเพื่อแก้ปัญหาพิพาทเขตแดนโดยเร็วที่สุด เขาเพิ่มเติมว่า “ทั้งสองประเทศควรรักษาความสัมพันธ์ตามธรรมเนียมอันดี และควรอยู่ร่วมกันด้วยอย่างเป็นมิตร เนื่องจากทั้งสองประเทศร่วมภูเขาและแม่น้ำเดียวกัน” นายบัน คีมูน เยือนกัมพูชาตามคำเชิญของนายกรัฐมนตรี ฮุน เซน และเดินทางออกจากกัมพูชาช่วงบ่ายวันพฤหัสไปยังกรุงฮานอยเพื่อร่วมประชุมอาเซียน-ยูเอ็น ซัมมิต ขณะที่หนังสือพิมพ์พนมเปญโพสต์ตีพิมพ์ในวันเดียวกัน โดยระบุว่านายกรัฐมนตรี ฮุน เซน ได้บอกกับนายบัน คี มูน เลขาธิการยูเอ็นซึ่งเดินทางมาเยือนวานนี้ว่า ปัญหาพิพาทเขตแดนของกัมพูชาที่ดำเนินอยู่กับประเทศไทยนั้นเกิดจากการรุกล้ำดินแดนของไทยแต่เพียงอย่างเดียว ฮุน เซน ได้ระบุว่าประเด็นของความตึงเครียดอื่นนของสองประเทศคือการที่ไทยละเมิดอธิปไตยกัมพูชา ซึ่ง นายฮอร์ นัมฮง รัฐมนตรีต่างประเทศบอกแก่ผู้สื่อข่าวหลังการพบปะ โดยนายฮอร์ นัมฮง ระบุว่า “ปัญหาไม่ได้เกี่ยวข้องกับการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารหรือการแต่งตั้งทักษิณ ซึ่งเขาได้ลาออกแล้ว” อดีตนายกรัฐมนตรีผู้หลบหนีคดี ทักษิณ ชินวัตร ได้รับการแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจของรัฐบาลกัมปูชาเมื่อปีที่ผ่านมา และได้เดินทางเยือนกัมพูชาอย่างมีเกียรติหลายครั้ง สร้างความโกรธเคืองให้ศัตรูของเขาที่กรุงเทพ รัฐบาลกัมพูลาประกาศการลาออกจากที่ปรึกษาของทักษิณมื่อเดือนสิงหาคม ซึ่งกระตุ้นให้ประเทศไทยส่งทูตกลับมายังพนมเปญและปรับระดับความสัมพันธ์ทางการทูต ทั้งสองประเทศมีการเผิญหน้าหลายครั้งตามรอยต่อแนวชายแดนใกล้ปราสาทพระวิหารหลังกัมพูชาขึ้นทะเบียนปราสาทเป็นมรดกโลกของยูเนสโกเมื่อปี ๒๕๕๑  ที่การประชุมยูเนสโกที่บราซิลเมื่อต้นปีกัมพูชาได้ยื่นแผนบริหารจัดการเหนือการต่อต้านของไทย ในเดือนสิงหาคม ฮุน เซน ได้ส่งหนังสือไปยังคณมนตรีความมั่นคงของยูเอ็นร้องเรียนการละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติหลังมีรายงานว่านายอภิสิทธิ์อาจใช้มาตราการทางทหารแก้ปัญหาเขตแดน ซึ่งภายหลังนายอภิสิทธิ์อ้างว่าสื่ออ้างคำพูดตนผิด


หมวด ข่าว | แท็ก , | 1 ความเห็น

อื้อ! เขมรท้วงแผนที่ตาเมือน-จีบีซีนัดประชุม ๒๙-๓๐ ตุลา

ฟิฟทีนมูฟ – สื่อมวลชนเขมรท้วงกระทรวงต่างประเทศกรณีการท่องเที่ยวเรียกชื่อกัมพูชาผิด เรียกร้องให้ลบปราสาทตาเมือนธมและเมือนโต๊ดออกจากแผนที่ฝั่งไทย ระบุปราสาททั้งสองเป็นของเขมร ขณะที่จีบีซีนัดถก ๒๙-๓๐ นี้ เร่งเจบีซีจัดทำเขตแดนให้แล้วเสร็จ ส่อนัยยะมีเท่าไรก็ให้เขาหมด เพราะไทยจริงใจมาก! สำนักข่าวข่าวด่วนกัมพูชารายงานเมื่อวานนี้ (๒๔ ตุลาคม) ว่ากัมพูชาได้เรียกร้องให้ไทยแก้ไขแผนที่วาดใหม่ที่วางปราสาทตาเมือนธมและตาเมือนโต๊ดไว้ในจังหวัดสุรินทร์ของไทย ปราสาททั้งสองอยู่ภายใต้อธิปไตยของกัมพูชาตามแผนที่ซึ่งวาดโดยคณะกรรมการฝรั่งเศส-สยาม ปี ค.ศ. ๑๙๐๘ แผนที่ไทยเหล่านี้ถูกพบโดยคณะสื่อมวลชนกัมพูชาที่เดินทางเยือนไทยและได้รับเชิญให้พักในโรงแรมหรูทองธารินทร์ ในจังหวัดสุรินทร์เมื่อวันที่ ๒๐ ตุลาคม แผนที่ถูกเขียนเป็นทั้งภาษาไทยและอังกฤษ ในภาษาอังกฤษ ประเทศกัมพูชาถูกเขียนว่า “Democracy of Cambodia” แต่ในภาษาไทยเขียนว่า “Democratic Kampuchea” ทั้งปราสาทตาเมือนธมและตาเมือนโต๊ดถูกวางไว้ในเขตแดนฝั่งไทย คณะสื่อมวลชนกัมพูชาได้ติดต่อไปยังกระทรวงต่างประเทศของไทยในทันทีและแจ้งว่าแผนที่ดังกล่าวไม่ถูกต้อง นางธัญธิดา ผู้อำนวยการสารนิเทศกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่าจะแจ้งยังกระทรวงให้แก้ไขชื่อประเทศในแผนที่โดยแทนที่คำว่า Democratic Kampuchea ด้วย Kingdom of Cambodia อย่างไรก็ตามการจะลบปราสาทตาเมือนธมและตาเมือนโต๊ดออกจากแผนที่เกรงว่าจะเป็นไปไม่ได้ นายอติคุณ พนักงานโรงแรมทองธารินทร์ระบุว่าแผนที่ดังกล่าวจัดทำโดยกระทรวงการท่องเที่ยวของไทย แจกจ่ายไปยังโรงแรมและรีสอร์ทต่าง ๆ ทั่วประเทศ ปราสาทตาเมือนโต๊ดและตาเมือนธมตั้งอยู่ภายใต้อธิปไตยกัมพูชาตามแผนที่ฝรั่งเศส-สยามซึ่งวาดในปี ๑๙๐๘ อย่างไรก็ตาม ในปี ๑๙๙๘ (พ.ศ.๒๕๔๑) เมื่อเขมรแดงผละจากการยึดครองปราสาท เจ้าหน้าที่และทหารไทยได้เข้ารักษาการและดำเนินการบูรณะปราสาท ในปี ๒๐๐๘ (พ.ศ.๒๕๕๑) เมื่อมีการพิพาทปราสาทพระวิหารไทยได้ประกาศความเป็นเจ้าของปราสาททั้งสองเหนือกัมพูชา


หมวด ข่าว | แท็ก | Comments Off

ไทย-เขมรร่วมตรวจสอบหลักเขตปอยเปต — ตัวแทนทหารเยือนกัมพูชาสัปดาห์หน้า

ฟิฟทีนมูฟ –  คณะกรรมการเขตแดนร่วมไทยและกัมพูชาเดินทางตรวจสอบหลักเขตในปอยเปตและพื้นที่ซึ่งเตรียมจัดตั้งเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษที่อรัญประเทศ ส่อแววมีปัญหาทับซ้อนเขตแดนอีกจุด  ขณะที่แม่ทัพภาค ๒ คนใหม่หมาด ๆ พร้อมเจ้ากรมกิจการชายแดนทหารเตรียมเดินทางเยือนพนมเปญจันทร์หน้า หนังสือพิมพ์กัมพูชาใหม่หรือกัมปูเจียทมัย รายงานข่าววานนี้ (๒๑ ตุลาคม) ว่ากรรมการเขตแดนร่วมไทย-เขมร เมื่อวันพฤหัสได้ร่วมกันตรวจสอบหลักเขตที่พุมโอเนียง (Phum O’Neang ) ใกล้ปอยเปตเพื่อตรวจสอบความเป็นไปได้ในการเปิดประตูการค้านานาชาติและก่อตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษระหว่างสองประเทศที่จุดผ่านแดนสตุงบอต (Stung Bot) ตัวแทนฝ่ายกัมพูชานำโดย นายสัน จันทุล (Mr. Sun Chanthol) ประธานสภาพัฒนากัมพูชาและประธานคณะกรรมการพัฒนาสตุงบอต ร่วมคณะโดยนายตรัม อิว เต็ก (Tram Iv Tek) รัฐมนตรีกระทรวงโยธาธิการ นายลุง วิสาลุ (Mr. Long Visalo) ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ นายสัก สิทา (Mr. Sak Setha) ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายอูง อืน (Mr. Oung Oeun) ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรมีชัย และเจ้าหน้าที่รัฐบาลอื่น ๆ นายสัน จันทุล ได้นำคณะผู้แทนตรวจสอบหลักเขตสองหลักในพื้นที่สตุงบอต ที่จุดผ่านแดนสตุงบอตและที่จุดผ่านแดนอีกแห่งซึ่งดูแลโดยหน่วยทหารชายแดนที่ ๘๙๑ ซึ่งตั้งอยู่ในสตุงบอตเช่นกัน หลังการตรวจสอบหลักเขตทั้งสองหลัก คณะผู้แทนได้เดินทางไปยังพื้นที่ชายแดนที่ไทยวางแผนให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษซึ่งอยู่ตรงข้ามสตุงบอต ในเขตบ้านหนองเอี้ยง (Nong Eang village) อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว หลังการสำรวจด้วยระบบจีพีเอส (GPS-Global Positioning System) คณะผู้แทนพบว่าพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษของไทยทับซ้อนเขตแดนกัมพูชา นายสัน จันทุล ได้ขอให้ตัวแทนฝ่ายไทยแก้ไขตำแหน่งเขตเศรษฐกิจพิเศษและให้ย้ายไปยังพื้นที่ซึ่งอยู่ตรงข้ามวัดพระเจดีย์สตุงบอตเนื่องจากมีพื้นที่ว่างรวมประมาณ ๖-๑๐  เฮกตาร์ (ฟิฟทีนมูฟ: ประมาณ ๓๗-๖๒ ไร่) ซึ่งตัวแทนไทยสัญญาจะนำปัญหาดังกล่าวเสนอต่อเจ้าหน้าที่ระดับสูงเพื่อทำการศึกษาก่อนตัดสินใจต่อไป จุดผ่านแดนใหม่ที่สตุงบอตอยู่ห่างจากจุดผ่านแดนปอยเปตประมาณ ๗ กิโลเมตร รัฐบาลของทั้งสองประเทศต้องการเปิดจุดผ่านแดนสตุงบอตเป็นจุดผ่านแดนการค้านานาชาติ ขณะที่ปอยเปตจะใช้เป็นจุดผ่านแดนนานาชาติสำหรับการท่องเที่ยว รายงานข่าวไม่ระบุว่าตัวแทนฝ่ายไทยประกอบด้วยใครหรือเจ้าหน้าที่ระดับใดบ้าง


หมวด ข่าว | แท็ก | Comments Off