ฟิฟทีนมูฟ — สำนักข่าวข่าวด่วนกัมพูชา รายงานเมื่อวันที่ ๑๖ ตุลาคม ที่ผ่านมาว่า จากฝนที่ตกลงมาอย่างหนักทำให้บางส่วนของถนนคอนกรีตที่ตัดไปยังวัดแก้วสิกขาคีรีสวาระใกล้ปราสาทพระวิหารถูกตัดขาดเนื่องจากมีหินถล่มลงมาเมื่อวันอาทิตย์

พลเอกเขง สุเมธ กำลังตรวจสอบความเสียหายของถนนที่ถูกหินถล่มพร้อมรถแบ็คโฮกำลังรื้อกองหินและต้นไม้
พลเอกเขง สุเมธ (Gen. Kheng Sumedh) ผู้บัญชาการหน่วยทหารช่างซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบก่อสร้างถนนสายดังกล่าว ได้นำหน่วยทหารช่างเข้าทำการรื้อกองหินเพื่อเปิดเส้นทาง โดยพลเอกสุเมธระบุว่าถนนไปยังพระวิหารสายดังกล่าวมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์อย่างมากสำหรับการลำเลียงพลของทหารไปยังพื้นที่ชายแดนใกล้ปราสาทเพื่อปกป้องบูรภาพเหนือดินแดนของกัมพูชา เช่นเดียวกับเป็นประตูสำหรับนักท่องเที่ยวที่จะเข้าชมปราสาท
ขณะที่หนังสือพิมพ์เกาะสันติภาพ (Koh Santepheap) รายงานข่าวเมื่อวันที่ ๑๗ ตุลาคม ที่ผ่านมาว่า เจ้าหน้าที่ชายแดนกัมพูชาได้ขับเจ้าหน้าที่ไทย ๑๑ คน ออกจากเขตแดนกัมพูชาที่เมื่องปอยเปตหลังเข้าไปบันทึกภาพและสำรวจเส้นเขตแดนโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่กัมพูชา
![]()
เจ้าหน้าที่ไทยกำลังบันทึกวีดีโอในเขตกัมพูชาที่ด่านปอยเปตและเจ้าหน้าที่กัมพูชาเข้ามาเจรจาให้ออกจากพื้นที่
พลจัตวา ดี เพ็ญ (Brig-Gen. Dy Phen) หัวหน้าสำนักงานความสัมพันธ์ชายแดนกัมพูชา-ไทย ซึ่งอยู่ที่ปอยเปต ระบุว่าเมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑๗ เจ้าหน้าที่ไทย ๑๑ คน ได้ข้ามจุดผ่านแดนปอยเปตอย่างผิดกฎหมายเมื่อเวลา ๙.๓๐ น. ล่วงล้ำเข้ามาในเขตกัมพูชา ๒๐-๓๐ เมตร และได้ทำการบันทึกภาพ อ่านแผนที่ และตรวจจุดผ่านแดนโดยไม่แจ้งเจ้าหน้าที่กัมพูชาให้ทราบล่วงหน้า เมื่อเกิดการเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่กัมพูชาจึงได้แจ้งว่าเข้ามาถ่ายภาพร่องรอยน้ำท่วมซึ่งท่วมเมืองเมื่อสองสามวันก่อนหน้า โดยพลจัตวา ดี เพ็ญ ระบุว่าตนได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ไทยเหล่านั้นกลับเข้าไปในเขตไทยในทันที และบอกว่าหากต้องการถ่ายภาพน้ำท่วมให้ทำในเขตไทย
นายไตร นะริน (Mr. Try Narin) ผู้ว่าการเมืองปอยเปตระบุว่าเจ้าหน้าที่ไทยเข้ามายังเขตกัมพูชาโดยผิดกฎหมายด้วยวัตถุประสงค์ไม่ดีและได้ถูกขับออกไป ทั้งนี้ พลจัตวา ดี เพ็ญ ได้เตือนเจ้าหน้าที่ไทยว่าถ้าข้ามเข้ามาโดยผิดกฎหมายอีกจะทำการจับกุม



