ฟิฟทีนมูฟ — ฟ้องมันทุกหน้า ซก อาน รองนายกเขมรฟ้องรัฐมนตรีญี่ปุ่นที่มาเยือนถามการลงทุน ใส่ใหญ่ถูกไทยรุกรานโจมตี ๔-๗ ก.พ. เสียชีวิตบาดเจ็บมากมาย ทัพบกไทยจงใจยิงใส่หมู่บ้านและปราสาท บอกได้ส่งหนังสือฟ้องพ่อยูเอ็นแล้วและต้องการองค์กรระดับโลกมาตีความคำตัดสินศาลโลก ปี ๒๕๐๕ พร้อมกองกำลังรักษาสันติภาพ ฟ้องแม่ยูเนสโกให้ส่งผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบรอยถลอกของฐานยิงอาวุธหนักและที่ขัดรองเท้ามรดกโลกอันศักดิ์สิทธิ์
![]()
นายยูตากะ บันโน รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศของญี่ปุ่น ระหว่างเข้าพบนายซก อาน เมื่อวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔
สำนักนายกรัฐมนตรีกัมพูชา เผยแพร่การเยือนกัมพูชาของรัฐมนตรีช่วยต่างประเทศของญี่ปุ่น โดยระบุว่า ระหว่างการเยือนกัมพูชาของผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศญี่ปุ่น นายยูตากะ บันโน (Yutaka Banno) เมื่อวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ โดยนายซก อาน รองนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ให้การต้อนรับ และบรรยายเกี่ยวกับการส่งออกไปยังญี่ปุ่นที่เพิ่มขึ้นจาก ๔๐ ล้านเหรียญสหรัฐในปีที่แล้วเป็น ๙๐ ล้านเหรียญ มีบริษัทญี่ปุ่นเข้ามาลงทุน ๒๑ บริษัท คิดเป็นเงินลงทุน ๒๐๐ ล้านเหรียญ นอกจากนี้นายซก อานได้บรรยายเกี่ยวกับความพยายามของกัมพูชาที่จะปรับปรุงความโปร่งใสและธรรมาภิบาลโดยบังคับใต้กฎหมายต่อต้านคอร์รัปชันฉบับใหม่ กัมพูชาได้ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานหนักซึ่งเป็นความสำคัญลำดับต้น ๆ ของรัฐบาล นายซก อาน เรียกร้องให้ญี่ปุ่นสนับสนุนกัมพูชาเกี่ยวกับคณะกรรมการอบรมแรงงานแห่งชาติ (NTB) ที่ตั้งขึ้นใหม่ เพื่อฝึกอบรมให้แก่นักศึกษาจบใหม่ให้มีความพร้อมสำหรับการจ้างงาน
นายซก อาน บรรยายสรุปเกี่ยวกับการรุกรานของประเทศไทยที่โจมตีกัมพูชาใกล้ปราสาทพระวิหาร ระหว่างวันที่ ๔-๗ กุมภาพันธ์ คร่าชีวิตทหารกัมพูชา ๔ นาย ตำรวจ ๑ นาย และพลเรือนอีก ๒ ราย มีราษฎรชาวกัมพูชาอย่างน้อย ๓๐ ราย ได้รับบาดเจ็บจากการยิงระเบิดของกองทัพบกไทย มีมากกว่า ๓,๐๐๐ ครอบครัวหรือมากกว่า ๑๐,๐๐๐ คน กลายเป็นคนพลัดถิ่น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงและเด็ก เป็นผลจากกระสุนปืนใหญ่ของกองทัพบกไทยยิงเข้าไปในหมู่บ้านของพวกเขา
รองนายกรัฐมนตรียังบอกกับผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศญี่ปุ่นอีกว่า กัมพูชาได้ร้องเรียนไปยังคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ หาองค์กรระดับโลกช่วยตีความคำตัดสินของศาลโลก ปี ค.ศ. ๑๙๖๒ และส่งชุดปฏิบัติภารกิจค้นหาความจริง และ/หรือ ผู้สังเกตการณ์ทางทหารของยูเอ็นเพื่อตรวจสอบการหยุดยิงในพื้นที่ ซึ่งนี่เป็นทางออกที่ดีที่สุดในการช่วยสร้างความเชื่อมั่นระหว่างประเทศกัมพูชาและไทย
กัมพูชาได้ร้องขอบทบาทของอาเซียนในการยุติข้อพิพาทพรมแดนกับประเทศไทย กัมพูชาได้ส่งหนังสือไปยังยูเนสโกซึ่งยูเนสโกจะส่งผู้เชี่ยวชาญมาตรวจสอบความเสียหายที่เกิดกับปราสาทพระวิหารอันเป็นผลจากการระดมยิงของกองทัพบกไทย
สถาบันทางกฎหมายของยูเอ็น คือ ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) เมื่อปี ค.ศ. ๑๙๖๒ ได้ตัดสินว่า ปราสาทพระวิหารตั้งอยู่บนพื้นดินภายใต้อธิปไตยของกัมพูชา ศาลเห็นว่าไทยอยู่ภายใต้พันธกรณีที่จะต้องถอนทหาร หรือกำลังตำรวจ หรือยามหรือผู้ดูแลอื่น ที่ประจำการที่ปราสาท หรือในบริเวณใกล้เคียงบนพื้นดินของกัมพูชา ไทยอยู่ภายใต้พันธกรณีที่จะต้องคืนวัตถุใด ๆ ให้กับกัมพูชาซึ่งระบุในคำร้องที่ ๕ นับแต่วันที่ไทยเข้ายึดครองปราสาทในปี ค.ศ. ๑๙๕๔ และได้เคลื่อนย้ายออกไปจากตัวปราสาทหรือพื้นที่ปราสาทโดยเจ้าหน้าที่ไทย




ยิงเราแล้วไปฟ้องว่าเรายิง “หมานุด” อย่างนี้ก็มีด้วย ไทยเราหลักฐานเพียบแล้วอมอะไรอยู่
แทนที่จะเป็นโจทย์ดันยอมเป็นจำเลยให้มันไล่บี้ จะบ้ากันไปถึงไหน
ไปประท้วงหน้า UN และ ยูเนสโก้ ให้ถอดพระวิหารออกจากมรดกโลกกันดีกว่า จัดตั้งกองกำลังเสรีไทยขับไล่เขมรกันดีกว่า เพื่อจัดการกับเขมรที่รุกล้ำเขตแดนไทย ไม่ต้องไปอาศัยทหารหรอก เพราะทหารใหญ่มันมีหัวใจเป็นเขมรอยู่แล้ว ทหารที่ปฏิบัติการอย่าไปเชื่อมัน ยึดภูมะเขือและบริเวณรอบๆ พระวิหารมาให้ได้ แล้วจัดการกับไอ้พวกนักการเมืองโจรพวกนี้เสีย
เมื่อใหร่ฮุนเซนมันจะโดนแบบมูบารัค ฝ่ายค้านกัมพูชาไปอยู่ไหนทำไมไม่ออกมาไล่แบบประเทศอียิปบ้าง
เห็นด้วยกับ nart ครับ เราไปประท้วงกันเองดีกว่า ทำหนังสือแจกแจงกับทุกๆสถานทูตในไทยเลย ถ้า รบ.ยังเฉยๆ ไม่สนใจอีก ก็รวมตัวกันไปขับไล่ที่ชายแดนเลยครับ ทหารจะมากั้นไม่ได้ เพราะเป็นดินแดนไทยคนไทยต้องไปได้ทุกที่ ถ้าทหารคนใดปิดกั้นแสดงว่าทหารคนนั้นขายชาติ ต้องจับตัวมาขังคุก 20 ปีเป็นอย่างน้อย โดยเฉพาะ แม่ทัพภาค 2