ฟิฟทีนมูฟ – ซก อาน รองนายกฯ เขมรดอดส่งหนังสือฟ้องคุณแม่ยูเนสโก ผู้ดีริมทางเท้าทำตัวดีเสมอเคารพกฎกติกาและพยายามเป็นเพื่อนบ้านที่ดีของไทยมาตลอด ปราสาทพระวิหารเป็นของเขมร เส้นเขตแดนตามแผนที่ ๑:๒๐๐,๐๐๐ คงที่ตายตัว นานาชาติก็รับรู้ และไทยก็ยอมรับใน MOU43 ยุแยงว่าไทยโจมตีคณะกรรมการมรดกโลกต่อเนื่องและอ้างว่าไทยมีแผนลึกล้ำเตรียมการเป็นขั้นตอนจะยึดครองเขตแดนกัมพูชา เริ่มตั้งแต่วาดแผนที่ลับแล้วส่งทหารเข้าคุกคามพื้นที่ ฟ้องอีกไทยทำปราสาทเสียหายหนักหลายแห่ง ทั้งกำแพงและลานหิน ในโคปุระที่ ๑ ๓ และ ๕ ทำโบสถ์วัดแก้วฯ เสียหายหนัก ร้องคุณแม่ให้รีบเข้ามาทำอย่างใดอย่างหนึ่งโดยเร่งด่วน
![]()
หนังสือคำร้องของนายซก อาน ประธานกรรมการมรดกโลกของกัมพูชาและรองนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔
หนังสือคำร้องของนายซก อาน ประธานกรรมการมรดกโลกของกัมพูชาและรองนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ และเผยแพร่ในเว็บไซต์สำนักนายกรัฐมนตรีวันที่ ๗ กุมภาพันธ์ โดยนอกจากหนังสือฉบับดังกล่าวกัมพูชายังได้แนบดีวีดีประมวลภาพความเสียหายต่อปราสาทพระวิหารและวัดแก้วสิกขาคีรีสวาระนำส่งไปด้วย ซึ่งหนังสือดังกล่าวมี ๓ ฉบับ ส่งถึง ๑) เลขาธิการใหญ่ยูเนสโก มาดาม Irina Bokova ๒) ประธานกรรมการบริหาร มาดาม Eleonora Mitrofanova เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำยูเนสโก และ ๓) ประธานคณะกรรมการมรดกโลก Mai Bint Mohammad Al Khalifa Manama (บาห์เรน) ฟิฟทีนมูฟแปลเรียบเรียงดังนี้
——————————————–
พนมเปญ, ๕ กุมภาพันธ์ ๒๐๑๑
มาดามเลขาธิการใหญ่,
เรื่อง ปราสาทพระวิหารซึ่งขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกได้รับความเสียหายร้ายแรง
ด้วยความเสียใจอย่างสุดซึ้งและความวิตกกังวลอย่างใหญ่ยิ่งที่ผมเรียน ฯพณฯ เกี่ยวกับเหตุการณ์ล่าสุดเมื่อวันที่ ๔ และ ๕ กุมภาพันธ์ ในพื้นที่ปราสาทพระวิหารและบริเวณวัดแก้วสิกขาคีรีสวาระ
ราชอาณาจักรกัมพูชายึดมั่นต่อนโยบายของตน เคารพต่อกฎหมายระหว่างประเทศ และให้ความสำคัญกับการรักษาสันติภาพและความสัมพันธ์ในฐานะเพื่อนบ้านที่ดีกับเพื่อนชาวไทยมาต่อเนื่อง ข้อสังเกตประการแรกว่า ในกรณีปราสาทพระวิหารไทยไม่มีการอ้างสิทธิ์ ปราสาทตั้งอยู่ในพื้นดินภายใต้อธิปไตยของกัมพูชา ซึ่งเป็นที่รับทราบของนานาชาติ แนวพรมแดนซึ่งลากผ่านบริเวณใกล้เคียงปราสาทนี้เป็นเส้นตายตัว ไม่ได้บังคับใช้แต่ฝ่ายเดียว แต่ตามเอกสารซึ่งเป็นที่รับทราบของนานาชาติ และปรากฎในข้อตกลงกับราชอาณาจักรไทยที่จัดตั้งคณะกรรมการร่วมก็แสดงเส้นเขตแดนนี้ รัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชามีสิทธิดำเนินการตามแผนบริหารจัดการบนพื้นดินตามเส้นเขตแดนนี้
อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยได้โจมตีคณะกรรมการมรดกโลกในหลายโอกาส (การประชุมที่ไครสเชิร์ช ๒๐๐๗ ควิเบค ๒๐๐๘ และซิลเวีย บราซิลเลีย ๒๐๑๐) โดยโต้แย้งว่า “การขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นการขึ้นทะเบียนแต่ ‘ฝ่ายเดียว’ ซึ่งเป็นต้นเหตุของความขัดแย้งระหว่างประเทศกัมพูชาและประเทศไทย” ในความเป็นจริง ต้นเหตุของความขัดแย้งนั้นลึก ถูกวางแผนและเตรียมการโดยรัฐบาลของประเทศไทย โดยอาศัยแผนที่ลับที่จัดทำขึ้นฝ่ายเดียว ปราศจากความถูกต้องตามกฎหมายระหว่างประเทศ จากนั้นเสริมกำลังทหารอย่างต่อเนื่องเพื่อบรรลุความปรารถนาที่จะรุกล้ำเขตแดนกัมพูชาอย่างจงใจ เจ้าหน้าที่ไทยมักอ้างเสมอว่างานอนุรักษ์และบำรุงรักษาปราสาทดำเนินการบนเขตแดนที่ ‘อ้าง’ เป็นของประเทศไทย การคุกคามทางทหารในพื้นที่ปราสาทเป็นผลให้เกิดการยิงตอบโต้เมื่อวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๐๑๑ กำลังทหารของเราได้ดำเนินการตอบโต้การโจมตีและปกป้องกันการยึดครองแผ่นดินภายในพรมแดนของเรา กระสุนปืนและกระสุนปืนใหญ่ของทหารไทยไม่เฉพาะทำให้เกิดการเสียชีวิตจำนวนมาก แต่ยังได้แสดงให้เห็นความจงใจที่จะยึดครองและทำลายแหล่งมรดกโลกปราสาทพระวิหาร:
- จาการตรวจสอบเบื้องต้น กระสุนปืนใหญ่และกระสุนปืน (B41, DK75, 81, 105 mm, 120 mm) ที่ยิงเข้าไปในปราสาทและในวัด ได้สร้างความเสียหายร้ายแรงแก่หลายส่วนของปราสาทและวัด
- ห้องโถงของวัดและที่ประดิษฐานสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของโบสถ์
- วัดแก้วสิกขาคีรีสวาระถูกทำลายด้วยกระสุนปืนใหญ่และกระสุนปืน
- ในโคปุระที่ ๑ กระสุนปืนใหญ่ขนาด ๑๐๕ ม.ม. และ ๑๒๐ ม.ม. ตามลำดับ ตกลึกเข้ามา ๕ เมตร ถึง ๒๐ เมตร ซึ่งระเบิดใส่กำแพง
- สำหรับโคปุระที่ ๓ และ ๕ กระสุนปืนใหญ่ขนาด ๑๐๕ ม.ม. และ ๑๒๐ ม.ม. ตกลึกเข้ามา ๕ เมตร และ ๗ เมตร มีผลกระทบต่อกำแพงและลานหินแบบเดียวกัน
ฯพณฯ,
ผมปรารถนาแจ้งแก่ ฯพณฯ ว่า การยิงตอบโต้เกิดขึ้นในขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทยอยู่ในเมืองเสียมราฐ เราจะสามารถเข้าใจได้อย่างไรว่าการเจรจาและการลงนามในอนุสัญญากรุงเฮก ปี ค.ศ. ๑๙๕๔ และ ๑๙๗๒ ไม่ได้รองรับแหล่งมรดกโลก และสถานที่ทางศาสนาอย่างวัดแก้วสิกขาคีรีสวาระ การคุกคามทางทหารมีแนวโน้มที่จะร่วมกระทำความเสียหาย
มาดามเลขาธิการใหญ่,
เรามีความวิตกกังวนต่อปราสาท!
เราได้ยื่นคำร้องอย่างแข็งขันและเร่งด่วนไปยังผู้คุ้มครองอนุสัญญา ๑๙๗๒ และผู้ปกป้องมรดกของมวลมนุษยชาติ ปราสาทตั้งอยู่ภายใต้ผืนธงของยูเนสโก้และเป็นความรับผิดชอบของท่าน เราควรจัดตั้งคณะทำงานตรวจสอบปราสาทโดยเร็ว
รัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาคาดหวังต่อการดำเนินการที่แน่วแน่เพื่อปกป้องมรดกโลกอัญมณีที่มิอาจทดแทนได้ของท่าน
ฯพณฯ โปรดรับ เป็นหลักประกันต่อการความวิตกกังวลอย่างสูงสุดของผมและด้วยความเคารพ
ประธานกรรมการมรดกโลกแห่งชาติ
รองนายกรัฐมนตรี
ซก อาน
สิ่งที่แนบมาด้วย แผ่นดีวีดี (เพื่อแสดงให้เห็นถึงภาพความเสียหายในเบื้องต้น) และภาพที่พิมพ์ออกมาในบางส่วน
——————————————–
หมายเหตุ: ขอบคุณ Mr. Laoust Tanguy & Melle. Donna Ohlala แปลเปรียบเทียบและตรวจทานจากต้นฉบับภาษาฝรั่งเศส




สันดานเขมรเป็นเช่นนั้นแล เป็นที่รู้กันทั่วโลก แกล้งยิงถล่มไทยเพื่อหาหลักฐานเรียกร้องชาวบ้านมาช่วย ถ้ามีจิตสำนึกใครจะบ้าเอาปืนไปตั้งที่ปราสาท รู้แล้วว่าต้องโดนสวน สมน้ำหน้า จะคอยดูใครจะกล้ามาเศือก
เนรคุณ อันธพาล กะหล่อน ตอกแหล บิดเบื้อน สร้างข่าว ไม่เคารพกฏหมายคำพูดใดๆ คนไทยรู้ดีว่า เขมรไม่มีสัญญาใดๆ ผมโดนเตือนมาแต่เด็ก (เห็นได้ชัดก็ข้อตกลง 4 ข้อ โง่ๆ ของ มทภ. 2 ยังไม่ทันแดรกข้าวเย็นมันยิงส่งตูดซะจานข้าวกระเด็น) ประเทศสารพัดความเลวคบไม่ไ่ด้ ดูได้จากเขมร รำคาญเขมรและรัฐบาลผลประโยชน์นี้มาก
เห็นด้วย แถมขี้ฟ้องอีกต่างหาก ทำตัวเป็นเด็กอมตีน รังแกแล้วยังคาบไปฟ้องคนโน้นคนนี้
ไทยก็ท้นทน ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว
รัฐบาลไทยมีปากกะเขาเสียที่ไหน ไม่เคยอ้าเถียงใครเลย ม่ายงั้นมันจะกินลึกขนาดนี้หรือ
ปากมีไว้สำหรับเถียงคนไทยที่หวังดี ตลบแตลง และอวดอภินิหารตัวเอง น่าสมเพท