“ซก อาน” โล้งเล้งป้องป้อ “ฮวย เซง” ถล่ม “สนธิเป็นคนป่าเถื่อนแห่งศตวรรษ” — องอาจดอดพบเขมรเชื่อมสื่อสารมวลชน

ฟิฟทีนมูฟ — รายงานจากกรุงพนมเปญวันนี้ (๒ กันยายน ๒๕๕๓) ดึมอัมปึลสื่อกัมพูชาพาดหัวข่าว ซก อาน ออกโรงด่าสนธิเป็นพวกป่าเถื่อน เหตุเคืองหยามป้อฮวย เซง บอกรัฐบาลไทยรีบให้คำแนะนำสนธิก่อนสัมพันธ์แย่ วันเดียวกันนี้ นายองอาจ คร้ามไพบูลย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ย่องเงียบพบรัฐมนตรีกัมพูชา ส่อนัยยะว่ารัฐบาลอภิสิทธิ์เล่นทุกทาง วิ่งแก้ผ้าเร่ง้อขอคืนดีเขมร 

S-0664
นายซก อาน รองนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ระหว่างการประชุมวาระพิเศษของสมาพันธ์ลูกเสือที่ทำเนียบรัฐบาล

ดึมอัมปึลระบุ นายซก อาน รองนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ปฏิบัติหน้าที่ดูแลสำนักนายกรัฐมนตรีออกโรงถล่มเมื่อวันพฤหัส (วันนี้) ในระหว่างการประชุมวาระพิเศษของสมาพันธ์ลูกเสือที่ทำเนียบรัฐบาล ว่า สนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเป็น “คนป่าเถื่อนแห่งศตวรรษนี้” บอก สนธิเป็นคนสร้างยุคมืดแห่งความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัมพูชาและไทย สนธิใช้คำหยาบคายดูหมิ่นเหยียดหยามผู้นำกัมพูชา “สมเด็จ นายกรัฐมนตรี ฮุน เซน” และสนธิได้ทำพิธีทางศาสนาด้วยวิธีที่บ้าคลั่ง (ฟิฟทีนมูฟ: คงหมายถึงกรณีชาวพิษณุโลกตัดหัวฮุน เซน) ไอ้คนๆ นี้ ไม่ใช่คนมีอารยะในศตวรรษ

ยังไม่จบ ดร.ซก อาน ยังร่ายต่ออีกว่าสนธิเป็นคนทำลายชื่อเสียงของประเทศไทย และกล่าวเพิ่มว่า นักเรียนที่เก่ง ๆ ของเราได้ร้องขอให้ตอบโต้สนธิด้วยวิธีการเดียวกันบ้าง แต่เราไม่ทำ เราไม่ใช่คนป่าเถื่อนอย่างสนธิ รัฐบาลไทยควรแนะนำสนธิว่าไม่ควรทำอย่างนั้นอีกถ้ารัฐบาลไทยยังต้อการให้มีความสัมพันธ์ที่ดี

เมื่อวานนี้ นายกรัฐมนตรี ฮุน เซน กล่าวว่า วันหนึ่งสนธิจะฆ่าตัวเองด้วยสิ่งที่เขาทำ

ที่เหลือของรายงานข่าวพูดถึงประวัติของสนธิ ลิ้มทองกุล ว่า เกิดเมื่อวันที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๔๙๐ เป็นเจ้าพ่อสื่อในไทยและเป็นผู้นำของพวกปีกขวา พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ภายหลังได้รับเลือกให้เป็นหัวหน้าพรรคการเมืองใหม่ เขาเริ่มต้นอาชีพในฐานะนักสื่อสารมวลชน จากนั้นได้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวันและสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมเอเอสทีวี

แรกเริ่มเขาเป็นผู้สนับสนุนที่เข้มแข็งของอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ภายหลังกลายเป็นผู้นำการเคลื่อนไหวต่อต้านทักษิณ ภายใต้การนำของเขา พันธมิตรฯ เป็นผู้เล่นหลักในวิกฤตการเมืองไทยระหว่งปี พ.ศ. ๒๕๔๘ –๒๕๔๙ ซึ่งนำไปสู่การรัฐประหารโค่นรัฐบาลทักษิณในปี ๒๕๔๙ เมื่อพรรคที่ทักษิณให้การสนับสนุนชนะเลือกตั้งทั่วไปในปี ๒๕๕๐  สนธิกลายเป็นผู้เล่นหลักในวิกฤตการเมืองระหว่างปี ๒๕๕๑ –๒๕๕๒ นำพันธมิตรฯ สู่การปะทะด้วยความรุนแรงกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและผู้ประท้วงต่อต้านพันธมิตรฯ เช่นเดียวกับการเข้ายึดทำเนียบรัฐบาล สนามบินดอนเมืองและสุวรรณภูมิ สนธิเป็นผู้สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์และยุติการชุมนุมประท้วงของพันธมิตรฯ หลังผู้นำพรรคประชาธิปัตย์ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี

ดึมอัมปึล รายงานทิ้งท้ายว่า ทหารไทยได้รุกล้ำดินแดนกัมพูชา เมื่อวันที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๕๑ ในพื้นที่ใกล้ปราสาทพระวิหารผ่านแผนที่ลับซึ่งวาดขึ้นเองฝ่ายเดียว

———-

วันเดียวกันนี้ ดึมอัมปึลรายงานข่าวว่ารัฐมนตรีกระทรวงข่าวสารของกัมพูชาและไทยพบปะเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ทวิภาคี โดยเนื้อข่าวให้รายละเอียดว่ารัฐมนตรีข่าวสารของทั้งสองประเทศได้พบปะร่วมหนึ่งชั่วโมงเพื่อกระชับความร่วมมื่อทวิภาคีของทั้งสองประเทศหลังหลังประสานรอยร้าวทางการทูตเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

S-0661 S-0662
นายองอาจ คล้ามไพบูลย์และคณะเข้าพบนายนายเขียว กัญฤทธิ์

โดยนายเขียว กัญฤทธิ์ (Khieu Kanharith) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงข่าวสารและโฆษกรัฐบาลกัมพูชา เปิดเผยว่า การพบปะกันวันนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในการกระชับความร่วมมือระดับทวิภาคีในด้านระบบสื่อมวลชน และสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสื่อกับสื่อของทั้งสองประเทศ เขาเพิ่มเติมว่า สื่อมวลชนจากทั้งสองประเทศจำเป็นต้องช่วยสร้างบรรยากาศที่ไม่ทำให้เกิดความแตกแยกของประชาชนของทั้งสองประเทศ  และต้องการความร่วมมือที่ดี

เรากำลังสร้างเครื่องมือสามอย่างเพื่อสร้างความเข้มแข็งในการทำงานร่วมกัน ประการแรก เราจำเป็นต้องมีการแลกเปลี่ยนที่เชื่อมต่ออย่างเร่งด่วนสำหรับระบบสื่อสารมวลชนเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาความเข้าใจผิดในการให้ข่าวของสื่อมวลชน ประการที่สอง กัมพูชาได้นัดหมายเจ้าหน้าที่ที่จะทำงานร่วมกับสถานทูตไทยที่นี่เพื่อเชื่อมพื้นที่สื่อ และสาม ทั้งสองฝ่ายจะแลกเปลี่ยนข่าวสารกัน รวมถึงเทคนิคและข้อกำหนดสำหรับการร่วมมือด้านข่าวสาร

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า “เราต้องการกระชับความสัมพันธ์ด้านสื่อสารมวลชนให้แน่นแฟ้นยิ่งคืน และการพูดคุยเป็นไปด้วยมิตรไมตรี” และเพิ่มเติมว่าเรามีวัฒนธรรมและศาสนาที่เหมือนกันนั่นคือสิ่งหลักสำหรับความสัมพันธ์ของเรา

ตัวแทนฝ่ายไทยจะขอเข้าพบนายกรัฐมนตรี ฮุน เซน ในช่วงบ่าย เพื่อขอคำแนะนำในการสร้างความเข้มแข็งในความร่วมมือด้านสื่อสารมวลชน

n/e

สิ่งมีชีวิตเขตร้อน -คนเขียนตัวอักษรบนอินเตอร์เน็ต คนถือกล้องในภาคสนาม คนเล็กๆ ทำงานเบื้องหลังกับทีมขนาดกะทัดรัดในความเคลื่อนไหวปกป้องดินแดน

Visit Website

Comments are closed.