ซกไม่ปล่อยน้ำมันไว้ใต้ทะเลเร่งเจรจาหาผลประโยชน์กับไทย

นายซก อาน รองนายกรัฐมนตรีและประธานองค์การปิโตรเลียมแห่งชาติกัมพูชา ที่สนามบินพนมเปญ ๙ ก.ย.๕๔ฟิฟทีนมูฟ – ซก อาน แถลงไทย-เขมรต่างต้องการน้ำมันและก๊าซ เขมรจะไม่ปล่อยน้ำมันไว้ใต้ท้องทะเล จะต้องเอาทองคำสีดำมาใช้ในการพัฒนาประเทศ เผยกำลังอยู่ระหว่างเตรียมออกกฎหมายน้ำมัน โดยจะศึกษาแบบอย่างจากประเทศต่าง ๆ แล้วปรับเข้ากับบริบทของเขมร แต่ยังไม่กำหนดแน่ชัดว่ากฎหมายจะออกเมื่อใด

ศูนย์ข่าวต้นมะขาม (๙ กันยายน ๒๕๕๔) รายงานอ้างการให้สัมภาษณ์ของนายซก อาน รองนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ที่สนามบินนานาชาติกรุงพนมเปญ เมื่อวันศุกร์ เรียกร้องเจรจาแสวงหาผลประโยชน์จากแหล่งปิโตรเลียมในพื้นที่อ้างสิทธิ์ทับซ้อนกับไทย ภายหลังเดินทางกลับจากการประชุมนานาชาติพรรคการเมืองเอเชีย (ICAPP) ที่เมืองหนานหนิง ประเทศจีน

นายซก อาน ในฐานะประธานองค์การปิโตรเลียมแห่งชาติกัมพูชา1 กล่าวว่า ประเทศกัมพูชาและประเทศไทย ต่างต้องการน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเช่นเดียวกัน ซึ่งประเทศไทยได้เคยประกาศความต้องการน้ำมันและก๊าซมาแล้วสองครั้ง และกัมพูชาก็ไม่ปล่อยน้ำมันไว้ใต้ท้องทะเลอีก เพราะน้ำมันจะเข้ามามีส่วนในการพัฒนาประเทศให้มีความเจริญก้าวหน้า

นายซก อาน กล่าวต่อว่า กัมพูชาก็ต้องการใช้น้ำมันและก๊าช เราไม่อาจปล่อยให้น้ำมันของเราที่เป็นทองคำสีดำ นอนนิ่งอยู่ใต้ท้องทะเลได้อีก ต้องทำอย่างใดอย่างหนึ่งให้ทองคำสีดำของเรา ถูกนำมาใช้ในการพัฒนากัมพูชา หลังจากที่ด้านการเกษตร ท่องเที่ยว ตัดเย็บและก่อสร้างกำลังเติบโตอย่างมาก ในอนาคตน้ำมันจะกลายเป็นอีกด้านที่มีความสำคัญในการพัฒนาประเทศ

รองนายกรัฐมนตรี และประธานองค์การปิโตรเลียมแห่งชาติกัมพูชา กล่าวถึงกฎหมายน้ำมันที่จะร่างขึ้นว่า กฎหมายน้ำมันมีสาระสำคัญมาก โดยไม่ได้ระบุแน่ชัดว่ากฎหมายดังกล่าวจะเสร็จสิ้นเมื่อใด เนื่องจากมีความยุ่งยากมากในการออกกฎหมาย เพราะประเทศต่าง ๆ มีกฎหมายต่างกัน หากแต่กัมพูชาจะออกกฎหมายน้ำมันที่ดีและปรับให้เข้ากับบริบทของกัมพูชา ให้มีส่วนในการพัฒนาประเทศ นายซก อาน กล่าวยืนยันว่า เราต้องดูว่าประเทศไหนเขาทำอย่างไร ประเทศไหนทำแล้วได้ผลดี ประเทศไหนได้ผลไม่ค่อยดีนัก เพื่อสรุปออกกฎหมาย เพราะเรื่องนี้ไม่สามารถให้ใครมาทำแทนได้ ทั้งในบริบทเศรษฐกิจและนโยบายกัมพูชา ใครที่จะช่วยในฐานะผู้เชี่ยวชาญเราก็นำมาผนวกรวมกันเพื่อออกเป็นกฎหมายของเรา

สื่อกัมพูชารายงานอีกว่า ก่อนหน้านี้ ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชาได้ประกาศว่า ประเทศกัมพูชาจะผลิตน้ำมันเป็นของตนเองเป็นครั้งแรกในวันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๕๕ เวลาเที่ยงวันตรง นอกจากนี้ ข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์ของกัมพูชาระบุว่า ในครึ่งแรกของปี ๒๕๕๔ กัมพูชานำเข้าน้ำมันจำนวน ๗๕๖,๑๓๒.๑๒ ตัน คิดเป็นเงิน ๖๙๒,๗๑๕,๔๔๕ ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ ๒๐,๗๘๑ ล้านบาท) ช่วงเดียวกันของปี ๒๕๕๓ กัมพูชานำเข้าน้ำมัน ๔๔๐,๖๐๗.๐๖ ตัน เป็นเงิน ๒๙๖,๘๐๔,๒๐๘ ดอลลาร์สหรัฐ (๘,๙๐๔ ล้านบาท)

เมื่อวันที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๕๔ เรียกร้องรัฐบาลใหม่ของไทยภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทย ซึ่งมีความใกล้ชิดในผลประโยชน์กับรัฐบาลกรุงพนมเปญ สานต่อการเจรจาเพื่อเร่งแสวงหาผลประโยชน์จากแหล่งปิโตรเลียมในอ่าวไทย บนพื้นที่ใต้เส้นละติจูดที่ ๑๑ องศาเหนือ ซึ่งบันทึกความเข้าใจฯ ๒๕๔๔ ที่ลงนามโดยนายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร กำหนดเป็นพื้นที่พัฒนาร่วม (JDA) พร้อมกันนี้แถลงการณ์ดังกล่าวเอาใจรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โดยการเปิดเผยข้อมูลการเจรจาลับระหว่างนายซก อาน และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ในประเด็นการแสวงหาผลประโยชน์น้ำมัน ที่ฮ่องกงและคุนหมิง ซึ่งนายสุเทพ ยอมรับในภายหลังว่ามีกรณีดังกล่าวจริง โดยอ้างว่าเป็นการเจรจานอกรอบภายใต้การมอบหมายของคณะรัฐมนตรี ซึ่งไม่เป็นที่เปิดเผยและสังคมไทยไม่เคยรับรู้ถึงการเดินทางไปเจรจานอกรอบดังกล่าวมาก่อน

พื้นที่อ้างสิทธิ์ทับซ้อนทางทะเล เกิดจากการลากเส้นฐานและเขตไหล่ทวีปโดยปราศจากหลักเกณฑ์ของกัมพูชา เมื่อ พ.ศ.๒๕๑๕ โดยด้านหนึ่งของเส้นอาณาเขตทางทะเลดังกล่าว ลากคร่อมจุดสูงสุดของเกาะกูดของไทย ซึ่งนายพลลอน นอล ประธานาธิปดีของกัมพูชา ในขณะนั้นให้เหตุผลว่า เป็นไปตามการเสนอของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และบริษัทเอกชนที่เสนอขอรับสัมปทานปิโตรเลียมในเขตไหล่ทวีปกัมพูชา

--------------------------------------
  1. អាជ្ញាធរជាតិប្រេងកម្ពុជា []

n/e

สิ่งมีชีวิตเขตร้อน -คนเขียนตัวอักษรบนอินเตอร์เน็ต คนถือกล้องในภาคสนาม คนเล็กๆ ทำงานเบื้องหลังกับทีมขนาดกะทัดรัดในความเคลื่อนไหวปกป้องดินแดน

Visit Website