ฟิฟทีนมูฟ – ซก อาน ควงผู้ว่าการเขตของเวียดนาม เปิดศูนย์ฝึกอบรมอาชีพพระวิหาร-ญาลาย ภายใต้การสนับสนุนของเวียดนาม ในพื้นที่ภายใต้แผนบริหารจัดการมรดกโลก หมู่บ้านฮุนเซน พร้อมขนเมล็ดข้าว ข้าวสารและเงินช่วยเหลือมอบหน่วยทหารในพื้นที่ ผบ.สมรภูมิรายงานทหารปกป้องดินแดนอย่างเข้มแข็งจากการรุกรานของโจรสยาม
![]()
นายซก อาน รองนายกฯ กัมพูชา และนายปาม ดินตู ประธานสภาประชาชนเขตญาลาย เวียดนาม ระหว่างพิธีเปิดศูนย์ฝึกอบรมอาชีพพระวิหาร-ญาลาย โดยความสนับสนุนของเวียดนาม เมื่อวันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๕๔
สำนักนายกรัฐมนตรีกัมพูชา โดยหน่วยข่าวและตอบโต้เร็ว วันที่ ๓๑ มีนาคม เผยแพร่ข่าวการเดินทางเยือนหมู่บ้านธรรมชาติสมเด็จเดโช ฮุน เซน ในพื้นที่บริหารจัดการแหล่งมรดกโลกพระวิหาร ว่า เมื่อช่วงเช้าวันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๕๔ ที่หมู่บ้านธรรมชาติสมเด็จเดโช ฮุน เซน1 ตำบลกันตวต2 อำเภอจอมกสาน3 เขตพระวิหาร ได้มีพิธีสมโภชน์เปิดศูนย์ฝึกอบรมอาชีพ4 พระวิหาร-ญาลาย5 อย่างเป็นทางการ โดยมีประธานในพิธีคือ นายซก อาน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีรับผิดชอบสำนักนายกรัฐมนตรี และนายปาม ดินตู6 รองเลขาถาวรและประธานสภาประชาชนเขตญาลาย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม
![]()
![]()
![]()
นายซก อาน รองนายกฯ กัมพูชา และนายปาม ดินตู ประธานสภาประชาชนเขตญาลาย เวียดนาม ระหว่างพิธีเปิดศูนย์ฝึกอบรมอาชีพพระวิหาร-ญาลาย โดยความสนับสนุนของเวียดนาม เมื่อวันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๕๔ ศูนย์ฝึกอบรมฯ ตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่บ้านธรรมชาติสมเด็จเดโชฮุน เซน ซึ่งส่วนหนึ่งอยู่ในแผนบริหารจัดการมรดกโลกปราสาทพระวิหาร
นายอุม มารา7 ผู้ว่าเขตพระวิหาร ได้กล่าวรายงานสภาพการณ์ทั่วไปของเขต และผลสำเร็จของศูนย์ฝึกอบรบฯ โดยระบุว่ามีอาคารจำนวนมาก ประกอบด้วย อาคารศึกษา โรงช่าง อาคารสำนักงานรัฐบาล สำนักงานและห้องประชุม และการอบรมอาชีพต่าง ๆ นอกจากนี้ยังได้กล่าวต่อว่า ในครั้งแรกได้คัดเลือกชาวบ้านในพื้นที่จำนวน ๑๕๐ คน เพื่อฝึกอบรมความชำนาญระยะสั้นและปานกลาง โดยมีการเรียนซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก เช่น วิทยุ เทปและโทรทัศน์ การเรียนช่างไม้แกะสลักรูปปั้น โดยมีระยะเวลา ๔ เดือน จากนั้นเรียนในระดับมีความชำนาญใช้เวลา ๙ เดือน
นายซก อาน รองนายกรัฐมนตรีได้แสดงความขอบคุณต่อคณะกรรมการพรรค และคณะกรรมการประชาชนเขตญาลาย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ที่ได้ให้ความช่วยเหลืออย่างมากในการก่อสร้างอาคารฝึกอบรบดังกล่าวจนแล้วเสร็จ นายซก อาน ได้กล่าวยืนยันว่า ผลสัมฤทธิ์นี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและพยายามอย่างยิ่งของรัฐบาล ในการเตรียมพื้นที่ปราสาทพระวิหารให้พร้อมรับการพัฒนาทั้งในด้านสังคมและเศรษฐกิจ ภายใต้การกุมทิศทางอันหลักแหลมของสมเด็จฯ ฮุน เซน คณะทำงานพิเศษระดับชาติพื้นทีปราสาทพระวิหาร8 ก็ได้เกิดขึ้นเพื่อเตรียมการพัฒนาพื้นที่ปราสาทพระวิหาร โดยวางเป้าหมายในงานสำคัญ อย่างเช่น การกำหนดยุทธศาสตร์ปกครองท้องที่ การก่อสร้างถนนสายหลัก ระบบน้ำ โรงเรียน วัด ศูนย์สุขภาพ สถานีอนามัย เจ้าหน้าที่ข่าว9 และโรงฝึกอบรมอาชีพ และนี่เป็นความมุ่งมั่นและพยายามอย่างยิ่งในการดำเนินแผนยุทธศาสตร์พัฒนาชาติ พ.ศ. ๒๕๕๑-๒๕๕๖ แผนดำเนินการยุทธศาสตร์สี่ด้าน ระยะที่ ๒ พ.ศ. ๒๕๕๑-๒๕๕๖ ในเป้าหมายการฝึกอบรบบุคลากรทางเทคนิคและอาชีพ
รองนายกรัฐมนตรีกัมพูชาได้กล่าวอีกว่า การเข้ามาของรัฐบาลสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม สนับสนุนโครงการให้ความช่วยเหลือว่า ความก้าวหน้าในการพัฒนาเศรษฐกิจสังคมในกัมพูชา อย่างเช่น การก่อสร้างเส้นทางคมนาคม โรงเรียน และโรงพยาบาล สะท้อนให้เห็นชัดเจนถึงความสำเร็จในการดำเนินการตามเป้าหมายนโยบายต่างประเทศของรัฐบาลกัมพูชา ในการเพิ่มแน่นแฟ้นความสัมพันธ์ทวิภาคีกับบรรดาประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะกับสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ในการพัฒนาประเทศกัมพูชา
โทรทัศน์บายนของกัมพูชา วันเดียวกันรายงานการเยี่ยมทหารในพื้นที่บริหารจัดการปราสาทพระวิหาร โดยระบุว่า นายซก อาน รองนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปเยี่ยมสอบถามสุขทุกข์และพูดคุยฉันมิตรกับทหารที่ประจำการแนวพรมแดน พร้อมทั้งได้นำเม็ดพันธุ์ข้าวและข้าวสารจำนวน ๕๒ ตัน และเงินช่วยเหลืออีกจำนวนมากให้กับพลทหารภายใต้บังคับบัญชาการของฐานองครักษ์และกองพลจู่โจม โดยมีพลเอก ฮีง บุนเฮียง10 ผู้บัญชาการในกองทัพแห่งชาติกัมพูชา ในฐานะผู้บัญชาการกองบัญชาการฐานองค์รักษ์และเป็นคณะบัญชาการสมรภูมิพระวิหาร ได้กล่าวรายงานว่า จากการทำสงครามกับโจรสยาม11 ที่ผ่านมานี้ ในพื้นที่พรมแดนปราสาทพระวิหาร หลายครั้ง กองทัพแห่งชาติกัมพูชาได้ยืนหยัดปกป้องบูรณภาพดินแดนอย่างเข้มแข็ง ไม่ให้โจรสยามรุกรานดินแดนได้เลย โดยปฏิบัติตามบัญชาของกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการกองทัพแห่งชาติกัมพูชา โดยเฉพาะคำแนะนำของสมเด็จฯ ฮุน เซน
นายซก อาน ได้กล่าวยกย่องพลทหารทั้งหมดว่ามีจิตใจกล้าหาญยอมละทิ้งชีวิต และมีความรักชาติอย่างแรงกล้า ยืนหยัดปกป้องบูรณภาพดินแดนของกัมพูชา จากนั้นได้มอบเมล็ดข้าว ข้าวสาร และเงินช่วยเหลือให้หน่วยทหารแต่ละหน่วย




ผมสงสารชาวเขมรจัง ที่ใช้ชาวเขมรเป็นเหยื่อ เพราะหากเกิดการขับไล่ออกจากผืนแผ่นดินไทย ก็ต้องเดือดร้อน ต้องเร่รอนอีก ชาวเขมรที่ต้องเดือดร้อน ต้องเดินออกจากประเทศตัวเอง มาเป็นคนงานในเมืองไทย แล้วมองดูผู้นำประเทศ เอาชาติตัวเองไปทำอะไรก็ได้ตามใจชอบ เอะอะก็พึ่งแต่ต่างชาติเวียตนาม สมัยก่อนก็เอาพวกนี้มาเข่นฆ่าพี่น้องตัวเองตายไปหลายล้านคน จนชาวเขมรต้องหนีมาพึ่งแผ่นดินไทย แต่ปัจจุบัน ผู้นำเขมรกลับ ทำกับคนไทยที่มีพระคุณ ให้ที่หนีภัยสงคราม ผมสงสารชาวเขมรที่ทำให้ชาวเขมรต้องอกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ …เฮอ แล้วเมื่อไหร่จะเจริญละ แบบนี้
เวียนกบาลดีแท้ สมน้ำหน้า
ขอถามผู้บัญชาการเหล่าทัพทุกๆคนว่า
หากมีคนเข้าไปสร้างส้วมในรั้วบ้านของพวกคุณ โดยพวกคุณไม่ได้อนุญาต และ รัฐบาลสั่งพวกคุณว่า อย่าไปทำอะไรคนที่ไปสร้างส้วมในบ้านของพวกคุณ
พวกคุณจะนิ่งเฉยอย่างกรณีเขาพระวิหารหรือไม่ ? แม้ว่า รัฐบาลเอย รุ่นพี่ของพวกคุณเอย จะได้จ่ายเงิน จ่ายผลประโยชน์อื่นใด ให้พวกคุณ ?