ฟิฟทีนมูฟ — การซ้อมยิงครั้งใหญ่ในรอบสามเดือนของกัมพูชาที่เริ่มขึ้นเมื่อวานนี้ ด้านหนึ่งเป็นการทดสอบอาวุธที่เพิ่งจัดซื้อมาใหม่ อีกด้านถูกมองว่าเป็นการแสดงแสนยานุภาพทางการทหารภายหลังเหตุพิพาทเขตแดนกับไทย เตรียมความพร้อมหากมีการเผชิญหน้าทางทหาร ขณะที่พลเอก เตีย บันห์ ออกมาปฏิเสธว่าการซ้อมยิงและทดสอบอาวุธไม่ได้เป็นการคุกคามประเทศเพื่อนบ้านซึ่งโดยนัยยะหมายถึงประเทศไทย แต่เป็นการทดสอบอาวุธคงค้างและอาวุธยุทธภัณฑ์ที่เพิ่งจัดซื้อมาใหม่
![]()
![]()
![]()
ภาพการซ้อมยิงปืนต่อสู่อากาศยานและปืนใหญ่ เมื่อวันที่ ๒๓ กันยายน ๒๕๕๔ (คลิกเพื่อดูภาพขนาดใหญ่)
หนังสือพิมพ์กัมพูชาใหม่ (Kampuchea Thmey) เที่ยงวานนี้ (๒๓ กันยายน ๒๕๕๓) รายงานคำให้สัมภาษณ์ พลเอเตีย บันห์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดยระบุว่าการซ้อมยิงเมื่อวานนี้ไม่ใช่การแสดงแสนยานุภาพทางทหารของกัมพูชาหรือเพื่อคุกคามประเทศเพื่อนบ้าน แต่เป็นการทดสอบอาวุธเก่าที่คงค้างจากยุคสงครามกลางเมืองกับอาวุธยุทธภัณฑ์ที่เพิ่งจัดซื้อมาใหม่ การซ้อมยิงประกอบด้วยการยิงปืนต่อสู้อากาศยานและปีนใหญ่ระยะไกล
วานนี้ กัมพูชาทำการซ้อมยิงที่จังหวัดโพธิสัตว์ (Pursat) และพระตะบอง (Battambang)
พลเอก พล สะเรือน (Gen. Pol Saroeun) ผู้บัญชาการทหารบกกัมพูชา ระบุว่าการซ้อมยิงครั้งนี้เป็นการทดสอบอาวุธเก่าซึ่งคงค้างจากยุคสงครามกลางเมืองในช่วงทศวรรษ ๑๙๘๐ ระหว่างทดสอบพบว่าอาวุธดังกล่าวยังอยู่ในสภาพที่ดี ยิงถูกเป้าหมาย ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์
พลเอก ภพ สุขา (Gen. Pov Sokha) รองผู้บัญชาการทหารราบ กล่าวระหว่างการซ้อมยิงว่าทหารกัมพูชาทำการยิงปืนต่อสู้อากาศยาน ๓๗ ม.ม. จำนวน ๒๐๙ นัด และปืนต่อสู้อากาศยาน ๒๓ ม.ม. ๒,๓๕๔ นัด และปืนใหญ่ ๑๐๐ ม.ม. อีก ๑๔๘ นัด โดยการยิงทั้งหมดถูกเป้าหมายทั้ง ๙๕ เป้าหมาย ๑๐๐ เปอร์เซนต์



