ฟิฟทีนมูฟ — สิงห์คาบไปป์ ‘เทพ วง’ สังฆราชเขมรเจ้าเก่าที่เคยออกแถลงการณ์รับใช้ฮุน เซน ถล่มสนธิ ลิ้มทองกุล นำทีมสังฆราชและพระชั้นสมเด็จเขมรลงบัญชีหางว่าวออกแถลงการณ์กล่าวหาทหารไทยโหดร้ายป่าเถื่อนและไม่รู้จักคิดยิงปืนใหญ่ใส่วัดและปราสาทพระวิหารจนเสียหายหนัก ทั้งอาคารวัด พระพุทธรูป และมรดกโลกของมวลมนุษยชาติ โดยไม่ดูตัวเองว่าทหารเขมรใช้ซุ่มยิงอาวุธหนัก เพ้อหนักว่าทหารไทยย่ำยีพระพุทธศาสนาที่ประดิษฐานอยู่ใกล้ปราสาททั้งที่มีฐานะแค่วัดเถื่อนที่ดันทุรังสร้างบนแผ่นดินคนอื่น เพ้ออีกว่าวัดอยู่บนดินแดนเขมร บอกรับไม่ได้อย่างแรงพร้อมฟ้องทั้งโลกให้ช่วยหยุดทหารไทยไม่ให้ทำลายวัดเถื่อนและมรดกบาปครั้งยุคล่าอาณานิคม สุดท้ายอ้อนให้เห็นแก่วัด เห็นแก่พระพุทธศาสนา เห็นแก่มรดกของมวลมนุษยชาติ ตบท้ายแบมือขอให้ช่วยซ่อมปราสาทโดยเร็ว
![]()
(ซ้าย) สังฆราชแห่งกัมพูชาสายฮุน เซน สมเด็จฯ เทพ วง (ขวา) แถลงการณ์สงฆ์ในพระพุทธศาสนาของกัมพูชา ลงวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ (คลิกเพื่อขยายดูภาพใหญ่)
แถลงการณ์สงฆ์ในพระพุทธศาสนาของกัมพูชา ลงวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ พร้อมการลงนามของพระสังฆราชและพระชั้นสมเด็จอื่นรวม ๑๒ รูป ฟิฟทีนมูฟแปลและเรียบเรียง ดังนี้
———————————————
แถลงการณ์
โดย สงฆ์ในพระพุทธศาสนากัมพูชา
สงฆ์ในพระพุทธศาสนาของราชอาณาจักรกัมพูชาเสียใจอย่างสุดซึ้งจากการปะทะกันถึงตายระหว่างกำลังทหารไทยกับกัมพูชา เมื่อบ่ายวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ เช้าวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ คืนวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ และเช้าวันที่ ๗ กุมภาพันธ์ ในพื้นที่ซึ่งอยู่ติดกับปราสาทพระวิหาร ใกล้เส้นพรมแดนไทย-กัมพูชา ภายในเขตแดนกัมพูชา คร่าชีวิตและเกิดการบาดเจ็บกับทหารกัมพูชาและทหารไทย และพลเรือน เช่นเดียวกับทำลายสิ่งก่อสร้าง บ้านเรือนและโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงกับปราสาทพระวิหาร ซึ่งได้ขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกโดยยูเนสโก และกับวัดในพระพุทธศาสนาแก้วสิกขาคีรีสวาระ ซึ่งตั้งอยู่ในเขตแดนกัมพูชา การทำลายปราสาทพระวิหารเป็นความสูญเสียอย่างยิ่งใหญ่ของสถาปัตยกรรมชิ้นเอกอันศักดิ์สิทธิ์ของบรรพบุรุษชาวกัมพูชาและมวลมนุษยชาติ
ผลของการปะทะ วัดในพระพุทธศาสนาแก้วสิกขาคีรีสวาระของกัมพูชา สร้างในปี ๑๙๙๘ ได้ถูกทำลายลงเป็นส่วนมากโดยกระสุนปืนใหญ่ที่กระหน่ำยิงอย่างไม่รู้คิดโดยกำลังทหารไทย ในบรรดาสิ่งที่ถูกทำลายได้แก่ อาคารทางศาสนา ห้องประดิษฐานสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และพระพุทธรูปซึ่งเป็นวัตถุศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวพุทธทั่วโลกเคารพบูชา ความป่าเถื่อนนี้เป็นการกระทำที่ดูหมิ่นและล่วงเกินพระพุทธศาสนา ศาสนาแห่งความสันติและอหิงสา
สงฆ์ในพระพุทธศาสนาของกัมพูชาไม่สามารถยอมรับการกระทำอันป่าเถื่อนเช่นนั้นที่กระทำต่อพระพุทธศาสนา และด้วยประการฉะนี้ ประสงค์จะร้องขออย่างจริงจังต่อโลกพระพุทธศาสนา ประชาคมทางศาสนา และประชาคมนานาชาติ ที่จะใช้มาตรการเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการขยายสงครามและความรุนแรงต่อพระพุทธศาสนา ซึ่งได้ประดิษฐานในบริเวณใกล้เคียงปราสาทพระวิหาร
สงฆ์ในพระพุทธศาสนาของกัมพูชาเรียกร้องให้ยุติศึก และการทำลายสถานที่ศักดิสิทธิ์ทางพระพุทธศาสนาและมรดกทางวัฒนธรรมของโลกอันประมาณค่ามิได้ในทันที และเพื่อการฟื้นคืนความสงบสุขที่แหล่งมรดกโลกอันศักดิ์สิทธิ์ปราสาทพระวิหาร
สงฆ์ในพระพุทธศาสนาของกัมพูชาใคร่ร้องขอต่อประชาคมนานาชาติ ให้สนับสนุนและมีส่วนร่วมในการบูรณะและอนุรักษ์ปราสาทพระวิหารในโอกาสอันเร็วที่สุด
สงฆ์ในพระพุทธศาสนาของกัมพูชานับแถลงการณ์เป็นคำร้องขอความเอื้ออาทรและความเคารพในพระพุทธศาสนา ศาสนาแห่งความสันติและอหิงสา เช่นเดียวกับความรักต่อวัฒนธรรมและมรดกของมนุษยชาติ และเรียกร้องให้ร่วมกันเคารพและให้การคุ้มครองมรดกทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติ
พนมเปญ, ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔/๒๐๑๑
(รายนามสงฆ์)
———————————————




นี้พระ เหรอ คิดว่าขี้ยาเลย พวกใส่ผ้าเหลืองแบบนี้บ้านเรามีเยอะ ตามจับกันไม่ไหว
สันดานเขมรไม่ว่าชนชั้นไหน เป็นเช่นนี้แลเอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่น มันอ่านหนังสือไม่ออก หรือไม่มีทีวีดู หรือเขมรมันปิดกั้นทั้งหมด เพราะมันล้อนจ้อนบนปราสาทว่ามีอะไรบ้าง ชาวโลกเขาคงมองเป็นตัวตลกจอมลวงโลกแห่งเอเซียไปแล้ว
แล้วไทยทำยังไง ใจคอจะถือภาษิต “พูดไปสองไพเบี้ย นิ่งเสียตำลึงทอง” ปราณีปรานอมลูกเดียว
มันจะไหวหรือท่านนายก
สงค์…..สันดานกา…..
พระทำไมโกหกได้ บอกวัดและประสาทเสียหายหนัก สงสัยไม่ได้เตี้ยมกันก่อน นานาชาติไปดูแล้วเสียหายเล็กน้อย สันดาน
ร.ย. ทั้งชาติ คนก็ ร.ย. พระก็ ร.ย. ขนาดสังฆราชยัง ร.ย. เลยพี่น้อง…
อ่านแล้วต้องคิดหนัก พระตัว (เอ๊ย องค์) นี้มีปัญหาแน่ๆ ถูกล้างสมอง เมายา อยากดัง หูตึง ตาเสีย หรือว่าตอแหลเป็นสันดาน (ประจำชาติ)
มันก็เหมือนพระให้วัดเป็นที่หลบซ่อนโจร นะแหล่ะ
แถมยังให้เป็นฐานบัญชาการอีกต่างหาก
มีสงคราม คนก็ต้องอพยพออกจากวัดอยู่แล้ว ซัดวัดให้ราบเป็นหน้ากลองเลย ทีมันยังซัดใส่โรงเรียน หมู่บ้าน และอื่นๆ ของไทยเลย
ใครใคร่รบ รบ
ใครใคร้ค้า ค้า
………………
เรื่องชายแดนก็ว่ากันไป เรื่องธุรกิจการค้าก็ว่ากันไป 7 โมงเช้าวันเสาร์นี้ วินัย วีระภุชงค์ และ สุภชัย วีระภุชงค์ นิมนต์ สมเด็จพระสังฆราช Tep Vong วัดอุณาโลม ทำพิธีสงฆ์ โดย พล.อ.เตียบันห์ รองนายกฯ และรัฐมนตรีกลาโหมกัมพูชา และ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกฯ ร่วมเป็นประธานเปิด โรงแรมโซฟิเทล พนมเปญ โภคีธรา ที่กรุงพนมเปญ…………
ขอขอบคุณ นสพ.ไทยรัฐ 10/02/54 บุคคลในข่าว โดยไต้ฝุ่น
โมฆะบุรุษ