นกตะกรุมปึ้ง-แดงเห็นพ้องเขมรแก้ปัญหาพื้นที่ทางทะเล-สูบน้ำมันโดยไว

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พลังงาน ระหว่างพบหารือกับนายซก อาน วานนี้ (๒๙ ธ.ค.๒๕๕๔) ที่สำนักนายกรัฐมนตรีกัมพูชาฟิฟทีนมูฟ — นายสุรพงษ์ และนายพิชัย พบหารือฮอ นำฮง และซก อาน ระหว่างเยือนกัมพูชาวันแรก สองฝ่ายเห็นพ้องเร่งแก้ปัญหาพื้นที่ที่เขมรอ้างสิทธิ์รุกล้ำในอ่าวไทย และเร่งขุดสำรวจน้ำมัน ฮอ นำฮงระบุสองฝ่ายต้องการน้ำมันและเงินจากน้ำมันต้องเร่งดำเนินการ ขณะซก อาน ระบุ อย่าเพิ่งรีบคุยในรายละเอียด พบกันครั้งหน้าว่าด้วยเรื่องแบ่งสัดส่วนผลประโยชน์

วิทยุเอเชียเสรี (๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๔) รายงานว่า รัฐบาลรัฐไทยใหม่และกัมพูชาเห็นชอบร่วมกันที่จะแก้ปัญหาพื้นที่ซึ่งเขมรอ้างสิทธิ์รุกล้ำในทะเลอ่าวไทย เพื่อก้าวไปสู่การขุดสำรวจน้ำมันและก๊าซธรรมชาติให้ได้โดยเร็วที่สุด เป็นผลจากการพบหารือกันระหว่างรัฐมนตรีของรัฐบาลสองประเทศ วานนี้ ในการเดินทางเยือนกัมพูชาอย่างเป็นทางการของนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และนายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน โดยได้พบกับนายฮอ นำฮง รัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา และนายซก อาน รองนายกรัฐมนตรีรับผิดชอบสำนักนายกรัฐมนตรี และเป็นประธานองค์การปิโตรเลียมกัมพูชา

นายฮอ นำฮง กล่าวระหว่างการแถลงข่าวร่วมกับนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ที่กระทรวงต่างประเทศกัมพูชาว่า กัมพูชาและไทย หวังว่าการเจรจานี้จะก้าวถึงการแก้ปัญหาในการแบ่งปันผลประโยชน์ทรัพยากรแร่ (ปิโตรเลียม) ในพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล “โดยปัญหาทับซ้อนกันในทะเลนี้ เป็นพื้นที่หนึ่งที่มีศักยภาพ มีน้ำมันและก๊าซปริมาณมากตามการสำรวจของผู้เชี่ยวชาญ และประเทศเราทั้งสองก็กำลังต้องการน้ำมันและก๊าซ ต้องการรายได้จากน้ำมันและก๊าซ เราต้องก้าวถึงการตกลงเห็นชอบให้ได้โดยเร็ว”

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า คณะกรรมการด้านเทคนิคร่วมของไทยกำลังรวบรวมเอกสาร เพื่อให้เสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาและให้ความเห็นชอบ เพื่อส่งไปขออนุมัติจากรัฐสภา เมื่อคณะกรรมการด้านเทคนิคร่วมได้ศึกษาพิจารณาแล้วเสร็จตามขั้นตอนภายใน จะผลักดันให้มีการประชุมในเรื่องนี้อย่างเป็นทางการ

ศูนย์ข่าวต้นมะขาม รายงานอ้างการแถลงข่าวของนายไพ ซีพาน โฆษกสำนักนายกรัฐมนตรีกัมพูชา หลังการพบหารือระหว่างนายซก อาน และนายพิชัย นริพทะพันธุ์ เมื่อช่วงเช้าวานนี้ ที่สำนักนายกรัฐมนตรีกัมพูชา โดยนายไพ ซีพาน เปิดเผยว่า นายซก อาน ได้กล่าวว่า เป็นการเปิดหน้าและศักราชใหม่สำหรับกัมพูชาและไทย ในการหารือการพัฒนาด้านปิโตรเลียมในพื้นที่อ้างสิทธิ์ทับซ้อน พร้อมกล่าวต่อไปว่า บันทึกความเข้าใจฯ พ.ศ.๒๕๔๔1 ที่เป็นความร่วมมือระหว่างกัมพูชาและไทย เกี่ยวกับการแบ่งเขตแดนทางทะเลบนพื้นที่น้ำมันที่ทับซ้อนกัน ที่เกี่ยวข้องไปถึงเทคนิคทางเศรษฐกิจและบูรณภาพดินแดน ต้องนำมาหารือกันในการพบกันนี้ด้วย

นายซก อาน กล่าวว่า อะไรที่เป็นการพูดคุยในรายละเอียดอย่าเพิ่งพูดในการพบกันครั้งนี้ เพราะนี่เป็นเพียงการพบเพื่อแสดงความเห็นเรื่องต่าง ๆ ของตนว่า เราจะเริ่มต้นแก้ปัญหาทั้งหมดไม่ให้กระทบต่อบูรณภาพดินแดนของแต่ละฝ่าย และเคารพต่อการพัฒนาเศรษฐกิจร่วมเช่นเดียวกับประเทศอื่น ๆ โดยเฉพาะในภูมิภาคเรา ประเทศไทยและมาเลเซีย ได้เริ่มต้นแก้ปัญหานี้ ดังนั้น อะไรที่เรามองว่าเป็นผลบวกของรัฐบาลทั้งสองที่ได้พบปะกัน

โฆษกสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวอธิบายเพิ่มเติมว่า ปัญหาการแบ่งสัดส่วนผลประโยชน์ในพื้นที่อ้างสิทธิ์ทับซ้อนนั้น ไม่ได้มีการนำขึ้นหารือ แต่ต่อไปปัญหานี้จะถูกหยิบยกขึ้นหารือเป็นประเด็นแรก และยิ่งกว่านั้น กัมพูชาจะส่งช่างเทคนิคและนักศึกษาด้านปิโตรเลียมไปศึกษาในประเทศไทยด้วย

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ ได้กล่าวหลังการพบกับนายซก อาน ว่าทั้งไทยและกัมพูชา มีความตั้งใจที่ดีเหมือนกันในการกระชับความสัมพันธ์ของสองประเทศ และตนหวังว่าในอนาคต ไทยและกัมพูชาจะสามารถทำงานร่วมกันในพื้นที่อ้างสิทธิ์ทับซ้อนทางทะเลได้ นายพิชัย กล่าวต่อว่า เราได้เริ่มต้นที่ดี และเรามีความสัมพันธ์ที่ดีซึ่งสำคัญมาก นอกจากนี้ เป้าหมายของสองฝ่ายดีมาก แล้วนี่มีความสำคัญมากที่ประเทศที่เป็นสมาชิกอาเซียนจะต้องร่วมมือกันและพัฒนาด้วยกัน ยิ่งกว่านั้น เป้าหมายของไทย คือต้องการเห็นกัมพูชามีความเจริญ เมื่อกัมพูชาเจริญก็จะซื้อผลผลิตของไทย เมื่อไทยเจริญไทยก็ซื้อสินค้าของกัมพูชา เวลาที่มีความสัมพันธ์แบบนี้สองประเทศก็มีการพัฒนา นายพิชัยกล่าวอีกว่า เป้าหมายและความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศดี ในอนาคตจะไม่มีความขัดแย้งอีก ไทยและกัมพูชาจะร่วมกันสร้างโรงไฟฟ้าที่ จ.เกาะกง

พื้นที่ทางทะเลซึ่งกัมพูชาอ้างสิทธิ์รุกล้ำในอ่าวไทย มีพื้นที่กว่า ๒๖,๐๐๐ ตร.กม. จากการศึกษาพบว่ามีน้ำมันกว่า ๑.๑ หมื่นล้านคิว และก๊าซอีกปริมาณมหาศาล โดยพื้นที่อ้างสิทธิ์รุกล้ำดังกล่าวเกิดจากการที่กัมพูชาลากเส้นแนวเขตทางทะเลตามอำเภอใจ โดยไร้หลักเกณฑ์และไม่สอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศว่าด้วยทะเล เมื่อเดือนมิถุนายน ๒๕๔๔ รัฐบาลไทย นำโดยทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในขณะนั้น และฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้ให้นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย และนายซก อาน ร่วมกันลงนามในบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลกัมพูชาว่าด้วยพื้นที่ที่ไทยและกัมพูชาอ้างสิทธิทับซ้อนไหล่ทวีป พ.ศ.๒๕๔๔ (MOU44) เพื่อแบ่งอาณาเขตทางทะเล และผลประโยชน์ทรัพยากรปิโตรเลียมในพื้นที่ซึ่งกำหนดให้พัฒนาร่วม การเจรจาในส่วนของการแบ่งเขตทางทะเลในรัฐบาลยุคนั้นไม่มีความคืบหน้า ขณะที่การแบ่งปันผลประโยชน์น้ำมันมีความคืบหน้าไปมาก แต่การดำเนินการต่าง ๆ หยุดชะงักหลังทักษิณ ชินวัตร พ้นจากตำแหน่ง

ในช่วงของรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เดินทางไปเจรจาลับกับนายซก อาน ประธานองค์การปิโตรเลียมกัมพูชา ที่ฮ่องกงและคุนหมิง แต่ไม่มีความคืบหน้า เนื่องจากสองฝ่ายมีเหตุขัดแย้งทางการเมืองกรณีกัมพูชาตั้งทักษิณ ชินวัตร เป็นที่ปรึกษา จนกระทั่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นผู้นำรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ที่มีนักโทษเด็ดขาดผู้หลบหนีการคุมขัง ทักษิณ ชินวัตร เป็นผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญของรัฐบาล ความพยายามในการแสวงหาประโยชน์จากทรัพยากรปิโตรเลียมใต้ท้องทะเลในพื้นที่ดังกล่าว จึงกลับมาคึกคักอีกครั้ง

--------------------------------------
  1. អនុសារណៈយោគយល់គ្នាឆ្នាំ២០០១ []

n/e

สิ่งมีชีวิตเขตร้อน -คนเขียนตัวอักษรบนอินเตอร์เน็ต คนถือกล้องในภาคสนาม คนเล็กๆ ทำงานเบื้องหลังกับทีมขนาดกะทัดรัดในความเคลื่อนไหวปกป้องดินแดน

Visit Website