สันปันน้ำตึงเครียด ไทยซ้อมรบ กดดันปลดธง—ฮวย เซงสั่งรถถังจ่อชายแดน

ฟิฟทีนมูฟ — หลังไทยซ้อมรบและร่อนหนังสือจี้ปลดธงเขมรที่วัดแก้วฯ ฮุน เซน สั่งรถถังและมิสซายเคลื่อนจากเมืองละแวกจ่อชายแดนพระวิหาร-อุดรมีชัย ปล่อยข่าวไทยใช้กำลังกดดันและเตรียมรุกพื้นที่รื้อวัด-ปลดธง-ปักธงไทย ได้อีก! ไทยย่องเข้ายึดตาควายเวลาค่ำแต่ถอยกรูดเมื่อเจอทหารเขมร

สำนักข่าวข่าวด่วนกัมพูชารายงานวันนี้ (๒๙ มกราคม ๒๕๕๔) ว่าสถานการณ์ทางทหารที่ปราสาทพระวิหารยังสงบ ขณะที่ทหารกัมพูชาพร้อมยุทโธปกรณ์ไปถึงพื้นที่ช่วงเช้าวันเสาร์ อย่างไรก็ตามสองฝ่ายยังรักษาระดับเตรียมความพร้อมขั้นสูง

รถถัง ยานลำเลียงพล เครื่องยิงจรวดต่อสู้อากาศยาน ลำเลียงออกจากฐานที่เมืองละแวก จังหวัดโพธิสัตว์ เมื่อช่วง ๑๐ โมงเช้า วันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๕๔ รถถัง ยานลำเลียงพล เครื่องยิงจรวดต่อสู้อากาศยาน ลำเลียงออกจากฐานที่เมืองละแวก จังหวัดโพธิสัตว์ เมื่อช่วง ๑๐ โมงเช้า วันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๕๔
รถถัง ยานลำเลียงพล เครื่องยิงจรวดต่อสู้อากาศยาน ลำเลียงออกจากฐานที่เมืองละแวก จังหวัดโพธิสัตว์ เมื่อช่วง ๑๐ โมงเช้า วันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๕๔ (คลิกเพื่อขยาย)

รายงานจากพระวิหารเมื่อเวลา ๙ โมงเช้า ชี้ว่าสถานการณ์ทางทหารจากปราสาทตาเมือนและตาควายในจังหวัดอุดรมีชัยถึงจังหวัดพระวิหารยังไม่เปลี่ยนแปลง แต่ทหารกัมพูชายังอยู่ในภาวะเตรียมพร้อมขั้นสูงเนื่องจากการคุกคามโดยทหารไทยซึ่งจะเคลื่อนกำลังมายังวัดแก้วสิกขาคีรีสวาระเพื่อรื้อถอนประตูวัด ปลดธงชาติกัมพูชาและนำธงชาติไทยขึ้นแทนที่

ขณะเดียวกัน ทหารกัมพูชาหลายร้อยนาย ยานลำเลียงพล และเครื่องยิงจรวดมิสซายได้เคลื่อนถึงเมืองเสียมราฐในช่วงเช้า และคาดว่าจะเคลื่อนถึงแนวหน้าด้านพระวิหารในเช้าวันถัดไป สถานการณ์ชายแดนยังสงบขณะที่ไทยยังไม่มีทีท่าใช้กำลังเข้าปลดธงกัมพูชาซ้ำอีก หลังกัมพูชาในขั้นต้นได้ปฏิเสธข้อเรียกร้องของไทยที่ให้ปลดธงชาติ อย่างไรก็ตาม กัมพูชาหากทหารไทยข้ามแดนมาปลดธง

รถถัง ยานลำเลียงพล เครื่องยิงจรวดต่อสู้อากาศยาน ลำเลียงออกจากฐานที่เมืองละแวก จังหวัดโพธิสัตว์ เมื่อช่วง ๑๐ โมงเช้า วันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๕๔ รถถัง ยานลำเลียงพล เครื่องยิงจรวดต่อสู้อากาศยาน ลำเลียงออกจากฐานที่เมืองละแวก จังหวัดโพธิสัตว์ เมื่อช่วง ๑๐ โมงเช้า วันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๕๔
รถถัง ยานลำเลียงพล เครื่องยิงจรวดต่อสู้อากาศยาน ลำเลียงออกจากฐานที่เมืองละแวก จังหวัดโพธิสัตว์ เมื่อช่วง ๑๐ โมงเช้า วันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๕๔
รถถัง ยานลำเลียงพล เครื่องยิงจรวดต่อสู้อากาศยาน ลำเลียงออกจากฐานที่เมืองละแวก จังหวัดโพธิสัตว์ เมื่อช่วง ๑๐ โมงเช้า วันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๕๔ รถถัง ยานลำเลียงพล เครื่องยิงจรวดต่อสู้อากาศยาน ลำเลียงออกจากฐานที่เมืองละแวก จังหวัดโพธิสัตว์ เมื่อช่วง ๑๐ โมงเช้า วันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๕๔
รถถัง ยานลำเลียงพล เครื่องยิงจรวดต่อสู้อากาศยาน ลำเลียงออกจากฐานที่เมืองละแวก จังหวัดโพธิสัตว์ เมื่อช่วง ๑๐ โมงเช้า วันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๕๔ รถถัง ยานลำเลียงพล เครื่องยิงจรวดต่อสู้อากาศยาน ลำเลียงออกจากฐานที่เมืองละแวก จังหวัดโพธิสัตว์ เมื่อช่วง ๑๐ โมงเช้า วันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๕๔
รถถัง ยานลำเลียงพล เครื่องยิงจรวดต่อสู้อากาศยาน ลำเลียงออกจากฐานที่เมืองละแวก จังหวัดโพธิสัตว์ เมื่อช่วง ๑๐ โมงเช้า วันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๕๔ (คลิกเพื่อขยาย)

ความตึงเครียดถึงจุดเดือดเมื่อวันพฤหัสบดี หลังทหารไทย ๑๐๐ นาย แอบซุ่มเข้ายึดปราสาทตาควายในเวลากลางคืน และออกไปเมื่อเวลาบ่ายสองโมงหลังทหารกัมพูชาเข้าเผชิญหน้า และมีรายงานเช่นกันว่าคืนวันพฤหัสบดี มีรถบรรทุกลำเลียงทหารไทย ๘-๙ คัน ไปยังแนวชายแดนที่สมบกขะมุม1 ห่าง ๓๐๐ เมตร จากปราสาทพระวิหาร

ที่ฝั่งไทยด้านตรงข้ามอำเภอโตรเปียงปราสาท2 จังหวัดอุดรมีชัย มีรายงานว่าเมื่อเวลาบ่าย ๔ โมง วันศุกร์ กองทัพบกไทยได้ส่งกำลังทหาร ๔๐๐ นาย พร้อมยานรบจากกองพลทหารราบที่ 6 เข้ามาในพื้นที่โดยไม่แจ้งฝ่ายกัมพูชาทราบล่วงหน้า  อย่างไรก็ตาม ฝ่ายไทยได้แจ้งในภายหลังว่าการส่งกำลังทหารเข้าไปยังพื้นที่เป็นส่วนหนึ่งของการซ้อมรบ

ย้อนหลังเมื่อวันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๕๔ หนังสือพิมพ์เกาะสันติภาพและกัมพูชาใหม่ รายงานอ้างแหล่งข่าวทางทหารระบุว่า ความตึงเครียดตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาในจังหวัดพระวิหารและอุดรมีชัยเพิ่มสูงขึ้น หลังประเทศไทยได้เสริมกำลังทหารและซ้อมรบในพื้นที่

แหล่งข่าวระบุว่าทหารไทยได้ซ้อมยิงปืนใหญ่ห่าง ๓ กิโลเมตร จากปราสาทตาควายในจังหวัดอุดรมีชัย เมื่อเช้าวันศุกร์ ที่ ๒๘ มกราคม  ในเวลาเดียวกัน มีรายงานว่าทหารไทยประมาณ ๑๐๐ นาย ได้แอบซุ่มเข้ายึดพื้นที่ใกล้ปราสาทตาเมือนธม เมื่อเวลา ๑๙.๐๐-๒๐.๐๐ น. ค่ำวันพฤหัสบดี และได้ถอนออกจากปราสาทเมื่อเวลาบ่าย ๒ โมงวันถัดมาเมื่อต้องเผชิญหน้ากับทหารกัมพูชา

ในจังหวัดพระวิหารใกล้ปราสาทพระวิหาร มีรายงานความตึงเครียดเช่นกันหลังกองทัพบกไทยเสริมกำลังและซ้อมรบ เมื่อกัมพูชาปฏิเสธข้อเรียกร้องของไทยที่ให้ปลดธงชาติจากพระเจดีย์วัดแก้วสิกขาคีรีสวาระ แหล่งข่าวทหารกัมพูชาระบุว่าในคืนวันพฤหัสบดี กองทัพบกไทยได้ลำเลียงทหาร ๘-๙ คันรถบรรทุกเข้าไปยังพื้นที่ และกดดันด้วยกำลังให้รื้อวัดและปลดธงกัมพูชา

ต่อการตอบโต้การคุกคามจากไทย ผู้บัญชาการทหารระดับสูงของกัมพูชาได้รับคำสั่งจากนายกรัฐมนตรี ฮุน เซน ให้เคลื่อนฐานบัญชาการไปยังบริเวณชายแดนไทย-เขมร ซึ่งรวมถึงรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด เจีย ดารา รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด กุน กิม (Kun Kim) ผู้บัญชาการกองกำลังพระวิหาร พลโทสรัย ดึ๊ก  พลตรีเขง สุเมธ (Kheng Somedh) ผู้บัญชาการทหารช่าง เช่นเดียวกับทั้งนายฮุน เซน และพลตรีฮุน มาเนต รองผู้บัญชาการทหารสูงสุดกัมพูชา และฮุน มานิต

ในเวลาเดียวกัน นายฮุน เซน ได้สั่งให้กระทรวงกลาโหมให้เสริมกำลังป้องกันพรมแดนและส่งทหารหลายพันนายพร้อมรถถังไปยังพื้นที่

เช้าวันศุกร์ ที่ ๒๘ มกราคม มีการพบเห็นรถถังหลายร้อยคันพร้อมรถยานเกราะลำเลียงพลได้เคลื่อนออกจากฐานประจำการที่เมืองละแวก3 จังหวัดโพธิสัตว์4 มุ่งหน้าไปยังชายแดนไทย-เขมร พลเอกเจีย ดารา ไม่สามารถติดต่อเพื่อขอทราบเกี่ยวกับการเคลื่อนย้ายทหาร ขณะที่พลโท สรัย ดึ๊ก ปฏิเสธให้ความเห็นเมื่อขอสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยโยนทุกคำถามไปยังนายพลสี่ดาว กุน กิม ซึ่งระบุว่ากำลังอยู่บนเครื่องบินไม่สามารถให้ความเห็นได้

อย่างไรก็ตาม พลโท ริต สิตา (Maj-Gen. Reth Sitha) รองหัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยของฮุน เซน และผู้บัญชาการหน่วยรถถัง ระบุว่านายกรัฐมนตรี ฮุน เซน และพลโท ฮิง บุนเฮียง (Hing Bunheang) รองผู้บัญชาการ ได้สั่งการให้เคลื่อนย้ายรถถังไปยังพื้นที่ชายแดนจังหวัดพระวิหาร และพลตรี เจา พิรุน (Lt-Gen. Chao Phirun) หัวหน้าหน่วยช่างและส่งกำลังบำรุง กระทรวงกลาโหม ระบุว่านายกรัฐมนตรี ฮุน เซน และรองผู้บัญชาการกัมพูชา (พล สะเรือน) ได้สั่งการให้ตนเคลื่อนรถถังและยานลำเลียงพลเพื่อป้องกันพื้นที่พระวิหารต่อการรุกรานใด ๆ ของไทย เขาเพิ่มเติมว่าทหารบกกัมพูชาพร้อมยานลำเลียงพล รถถัง จรวดต่อสู้อากาศยานและเครื่องยิงจรวดบางส่วนได้เคลื่อนถึงชายแดนแล้วเมื่อวันศุกร์

--------------------------------------
  1. Sombok Khmum []
  2. Tropeang Prasat []
  3. Longvek []
  4. Pursat province []

n/e

สิ่งมีชีวิตเขตร้อน -คนเขียนตัวอักษรบนอินเตอร์เน็ต คนถือกล้องในภาคสนาม คนเล็กๆ ทำงานเบื้องหลังกับทีมขนาดกะทัดรัดในความเคลื่อนไหวปกป้องดินแดน

Visit Website