ไทยจริงใจมาก! เตรียมผ่าน 3 ข้อตกลง JBC อังคารหน้า

ฟิฟทีนมูฟ — ขณะที่นายกรัฐมนตรีไทย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ให้สัญญากับภาคประชาชนผ่านรายการพิเศษถกประเด็นปัญหาปราสาทพระวิหารทางช่อง ๑๑ ต่อกรณีข้อตกลงทั้งสามฉบับของเจบีซี และได้ส่งตัวแทนระดับปลายเท้าของกระทรวงการต่างประเทศเข้าพบบางส่วนของตัวแทนภาคประชาชนเพื่อให้หลายฝ่ายได้มีส่วนร่วมในการพิจารณาประเด็นต่าง ๆ แต่ภายหลังที่นายอภิสิทธิ์ ปรับสัมพันธ์หวานชื่นกับนายฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ก็เกิดความเปลี่ยนแปลงหลายประการในเชิงนโยบายและการปฏิบัติ จากท่าทีที่เคยยืนหนักแน่นที่จะยึดหลักสันปันน้ำและไม่ยอมสูญเสียดินแดน กลับปรากฎว่านายอภิสิทธิ์ และกระทรวงการต่างประเทศได้แอบอาศัยจังหวะชุลมุนระหว่างที่ประชาชนค่อนประเทศประสบภัยพิบัติน้ำท่วม แอบส่งข้อตกลงเจบีซีสามฉบับเข้าสภา และขณะที่เรื่องนี้ไม่เป็นที่รับรู้ในประเทศไทย แต่ระหว่างการเดินทางเยือนไทยของคณะสื่อมวลชนและรัฐมนตรีกระทรวงข่าวสารกัมพูชา นายอภิสิทธิ์ได้บอกกล่าวแก่ชาวกัมพูชาว่าจะนำข้อตกลงดังกล่าวเข้าสู่สภา ซึ่งข่าวถูกตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์พนมเปญโพสต์ เมื่อค่ำวันพุธที่ ๒๐ ตุลาคม โดยเจียง สุขา (Cheang Sokha)

ข่าวรายงานว่า รัฐสภาไทยกำหนดผ่านความเห็นชอบวาระสุดท้ายของข้อตกลงชายแดนกับกัมพูชา เป็นทิศทางซึ่งสองประเทศเพื่อนบ้านขยับเข้าสู่การแก้ปัญหาที่ดำเนินมายาวนานเกี่ยวกับเขตแดนร่วม นายกรัฐมนตรีไทย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้บอกกับตัวแทนคณะผู้สื่อข่าวกัมพูชาที่เดินทางเยือนไทยที่กรุงเทพว่าการพิจารณารายละเอียดผลการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (JBC- Joint Border Committee) สามฉบับในรัฐสภาไทยอาจเริ่มในวันอังคารหน้า

การเจรจาสองฝ่ายของคณะกรรมการร่วมเจบีซีหยุดชะงักตั้งแต่เดือนเมษายนปีที่แล้ว รัฐสภาไทยชะลอการผ่านความเห็นชอบข้อตกลงสามฉบับล่าสุด

นายธานี ทองภักดี รองอธิบดีกรมสารนิเทศ (ฟิฟทีนมูฟ: ตำแหน่งปัจจุบัน อธิบดีกรมสารนิเทศ) กระทรวงการต่างประเทศกล่าวว่า “เราแค่หวังว่าการผ่านความเห็นชอบรายละเอียดสามฉบับจะช่วยปูทางสู่การดำเนินการในอนาคตของเจบีซี ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาชายแดนได้อย่างครอบคลุม”

ในการประชุมร่วมสามครั้งก่อนหน้าของเจบีซีและรัฐมนตรีต่างประเทศ ไทยและกัมพูชาได้เห็นชอบในข้อตกลงที่จะร่วมกันสำรวจและปักปันเขตแดนตลอดแนวชายแดนใกล้ปราสาทพระวิหาร รวมถึงจัดวางกำลังทหารใหม่เพื่อลดความตึงเครียด อย่างน้อยมีทหารเสียชีวิตแล้ว ๗ ราย จากการปะทะในพื้นที่ดังกล่าวตั้งแต่ปี ๒๕๕๑

นายกรัฐมนตรี ฮุน เซน กล่าวในระหว่างปาฐกถาเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่าการรับรองข้อตกลงเจบีซีและการถอนทหารไทยออกจากพื้นที่ใกล้ปราสาทจะทำให้สามารถแก้ไขความไม่ลงรอยกันของสองประเทศได้ในทันที โดยกล่าวว่า “ถ้าถอนทหารออกจากพื้นที่นั้น เรื่องก็จบ” และ  “เราสามารถเปิดจุดผ่านแดน (ใกล้ปราสาทพระวิหาร) ได้อีกครั้ง และไม่มีปัญหาอะไรเลย”

นายธานีกล่าวเตือนว่า การผ่านความเห็นชอบอาจยืดเยื้อออกไปเนื่องจากมีเรื่องอื่นที่สมาชิกรัฐสภารอพิจารณา โดยกล่าวว่า “ญัตติได้ถูกยื่นเข้าสู่รัฐสภาเพื่อบรรจุเข้าสู่วาระการประชุมและได้รับการบรรจุเป็นวาระแล้ว แต่ยังมีวาระค้างอื่นอีกสองสามประเด็นที่ต้องพิจารณาก่อนหน้าญัตตินี้  ”

รัฐมนตรีอาวุโส วาร์ คิมฮอง (Var Kimhong) ผู้เจรจาเขตแดนสูงสุดของกัมพูชา ตั้งข้อสังเกตว่าการลงมติดังกล่าวถูกชะลอมาหลายครั้งก่อนหน้านี้ และจะยังไม่แสดงความเห็นเกี่ยวกับการเจรจาในอนาคตจนกว่าจะมีมติอย่างเป็นทางการ โดยกล่าวว่า “ตนยังไม่สามารถให้คำคาดการณ์ใด ๆ ได้ในขณะนี้ แต่หากไทยผ่านความเห็นชอบ เราจะพิจารณาปัญหาและทำงานร่วมกัน”

นายเขียว กัญญาฤทธิ์ (Khieu Kanharith) รัฐมนตรีกระทรวงข่าวสารซึ่งเพิ่งเดินทางกลับถึงกัมพูชาวานนี้ หลังจากนำคณะสื่อมวลชนกัมพูชาเยือนประเทศไทย และได้เข้าพบนายอภิสิทธิ์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายกษิต ภิรมย์ การเดินทางครั้งนี้ นายเขียว กัญญาฤทธิ์ เป็นรัฐมนตรีคนแรกที่เยือนไทยหลังความสัมพันธ์สองประเทศอบอุ่นขึ้นในเดือนสิงหาคม หลังการลาออกของอดีตนายกรัฐมนตรีหนีคดี ทักษิณ ชินวัตร จากตำแน่งที่ปรึกษารัฐบาลกัมพูชา  ในการให้สัมภาษณ์บางกอกโพสต์ เขียว กัญญาฤทธิ์ ได้กล่าวเตือนต่อการปล่อยให้ปัญหาทางเทคนิคในการปักปันเขตแดนมีผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ โดยเขากล่าวว่า “เราต้องการทางออกระยะยาวสำหรับปัญหาเขตแดน แต่เราควรเริ่มที่ความสัมพันธ์ระดับบุคคลระหว่างนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีข่าวสารและสมาคมสื่อมวลชน” และ “เราควรปล่อยให้การปักปันเขตแดนเป็นหน้าที่ของผู้เชี่ยวชาญ และเรามีคณะกรรมาธิการเขตแดนคณะหนึ่ง อย่าโรยเกลือลงในแผลเลย นายกรัฐมนตรีฮุน เซน ก็เห็นด้วย”

ขณะที่หลายแหล่งข่าวรายงานว่ารัฐบาลไทยมีความพยายามจะผลักดันวาระให้ความเห็นชอบข้อตกลงเจเบีซีทั้งสามฉบับผ่านสภาในสัปดาห์นี้แต่ติดปัญหาความขัดแย้งบางประการ จึงเตรียมนำเข้าสภาอีกครั้งในสัปดาห์หน้าโดยจะเป็นการประชุมลับเหมือนครั้งก่อนหน้า การผ่านความเห็นชอบข้อตกลงดังกล่าวเป็นการแสดงความจริงใจของไทยที่จะแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่มีอยู่กับกัมพูชา ทั้งนี้รายละเอียดบางประการในข้อตกลงสามฉบับมีเนื้อหาที่เป็นการยอมรับแผนที่มาตราส่วน ๑ ต่อ ๒๐๐,๐๐๐ ของกัมพูชา ซึ่งมีความคลาดเคลื่อนจากสนธิสัญญา ๑๙๐๔ และ ๑๙๐๗ รวมถึงการเร่งดำเนินการสำรวจและปักปันเขตแดนในบริเวณปราสาทพระวิหารที่ไม่สอดคล้องกับบันทึกความเข้าใจ พ.ศ. ๒๕๔๔ ตลอดจนคำให้สัมภาษณ์ของนายกรัฐมนตรีที่ยืนยันใช้หลักสันปันน้ำ นอกจากนี้ข้อตกลงยังเกี่ยวข้องกับการถอนทหารของไทยออกจากพื้นที่รอบปราสาทพระวิหารโดยเฉพาะวัดแก้วสิกขาคีรีสวาระ และพื้นที่ ๔.๖ ตารางกิโลเมตร

n/e

สิ่งมีชีวิตเขตร้อน -คนเขียนตัวอักษรบนอินเตอร์เน็ต คนถือกล้องในภาคสนาม คนเล็กๆ ทำงานเบื้องหลังกับทีมขนาดกะทัดรัดในความเคลื่อนไหวปกป้องดินแดน

Visit Website