ฟิฟทีนมูฟ – เขมรปิดรอบฝึกยิงที่ จ.กำปงซปือ ๑๖ มิ.ย. พร้อมส่งทหารที่ผ่านการฝึกประจำการชายแดน เตีย บัญ เป็นประธาน โวทหารเขมรมีศักยภาพสกัดกั้น ไทยจะไม่สามารถรุกรานเขมรได้อย่างวันที่ ๑๕ ก.ค. ๕๑ อีก เผยคุยประวิตรต่อเนื่องและมีแผนจะพบกัน อยากแก้ปัญหาสันติวิธีแต่ประเมินว่าไทย-เขมรอาจปะทะกันอีก
![]()
การฝึกยิงของทหารกัมพูชา ที่ จ.กำปงซปือ เมื่อ ๑๖ มิ.ย. มี พล.อ.เตีย บัญ เป็นประธาน
พล.อ. เตีย บัญ รัฐมนตรีกลาโหมกัมพูชากล่าวระหว่างพิธีปิดการซ้อมรบที่ จ.กำปงซปือว่า สมรรถภาพทางทหารของกองทัพแห่งชาติกัมพูชา มีขีดความสามารถสกัดกั้นไม่ให้มีการรุกรานจากฝ่ายไทย อย่างวันที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๕๑1 พร้อมระบุว่าการซ้อมยิงกระสุนจริงในครั้งนี้ ไม่ใช่การเบ่งกล้ามข่มประเทศใด แต่เป็นการทดสอบสรรพาวุธที่มีอยู่ทั้งเก่าและใหม่ สำหรับการป้องกันชาติ ตามรายงานของกัมพูชาใหม่ (๑๖ มิถุนายน ๒๕๕๔)
รัฐมนตรีกลาโหมกัมพูชากล่าวอีกว่า ปัญหาขัดแย้งพรมแดนระหว่างไทย-กัมพูชา ทางกัมพูชาพยายามแสวงหาการเจรจาเพื่อแก้ปัญหาโดยสันติวิธี โดยไม่ใช้กำลัง แต่ตนก็ทราบว่าขณะนี้สภาพการณ์พรมแดนไม่ค่อยดีนัก ตนก็พยายามประสานกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีกลาโหมของไทย พล.อ.เตีย บัญ ยังกล่าวอีกว่า “ต่อการแก้ปัญหาขัดแย้งพรมแดนกับไทย เราเห็นว่าในระยะยาวทั้งสองฝ่ายจะพยายามนำไปสู่การเผชิญหน้ากันด้วยอาวุธอีก เราต้องการให้มีสันติภาพตามแนวพรมแดนระหว่างประเทศทั้งสอง เพื่อเป็นความสุขของประชาชนทั้งหมด” พล.อ.เตีย บัญ เปิดเผยว่าได้มีการหารือกันทางโทรศัพท์กับพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ มีการพบกัน และมีแผนที่จะพบกันในโอกาสข้างหน้า
สื่อกัมพูชาได้รายงานว่า ในพิธีซ้อมรบ มี พล.อ.เตีย บัญ เป็นประธาน พร้อมด้วย พล.อ.ปุล ซาเรือน2 พล.อ. เมี๊ยะ โซะเภีย3 พล.ต.ฮุน มาเณต และเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากเข้าร่วม ทหารที่เข้ารับการฝึกมาจาก ๘ หน่วย และจะมีหน้าที่ไปประจำยังสมรภูมิแนวหน้าเพื่อการป้องกันบูรณภาพดินแดน ในช่วงเช้าของวันที่ ๑๖ มิถุนายน เป็นการซ้อมรบครั้งสุดท้ายเพื่อปิดรอบการฝึก ได้มีการยิงปืนครก ขนาด ๘๒ ม.ม. และ ๑๐๐ ม.ม. โดยทั้งสองประเภทยิงไปทั้งสิ้น ๓๖๐ นัด ประเภทลูกระเบิดที่ใช้เป็นแบบบุกโจมตีศัตรู มีระยะยิงไกล ๓-๕ ก.ม.
ตามรายงานก่อนหน้าของฟิฟทีนมูฟ รอบการซ้อมรบครั้งนี้ เริ่มมาตั้งแต่วันที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๕๔ ที่ฐานยานเกราะเอซีโอ (ACO) อ.พนมซรวจ จ.กำปงซปือ นอกจากนี้ หลังการสู้รบกับทหารไทยที่ปราสาทตาเมือนและตาควายสิ้นสุดลงเมื่อต้นเดือนพฤษภาคม ซึ่งครั้งนั้นแหล่งข่าวทางทหารในพื้นที่ระบุว่ากัมพูชาสูญเสียทหารกว่าร้อยนาย คณะรัฐมนตรีกัมพูชาได้ออกกฤษฎีการับสมัครทหารใหม่ด้วยความสมัครใจ เป็นทหารในลักษณะอัตราจ้างหรือทหารรับจ้างของรัฐบาล โดยรายงานล่าสุด มติคณะรัฐมนตรีดังกล่าวกำหนดให้รับสมัครพลทหารใหม่กว่า ๕,๐๐๐ นาย ส่งประจำการในกองพลที่ประจำการตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา




ที่ผ่านมาแค่ซ้อมๆ ใช้กระสุนจริง ถ้าไม่มีคนขายชาติเละเป็นโจ๊กไปแล้วไอ้เนรคุณ