ฟิฟทีนมูฟ — เริ่มเดือนใหม่ ไทยถอนทหารอีกสองรอบ โดยเมื่อ ๑ ต.ค. ถอนกำลังทหารของค่ายบดินทรเดชา จ.ยโสธร ใช้จีเอ็มซี ๑๐ คันขนทหารพร้อมสัมภาระ และจิ๊ปอีก ๔ ขนปืนใหญ่ จากนั้น ค่ำวันที่ ๓ ต.ค. ขนปืนใหญ่ออกจากพื้นที่อีก ๕ คัน รวมถอนทหารและยุทโธปกรณ์ทั้งสิ้น ๔ ครั้ง เร่งทำแต้มตีตื้นเขมรที่ถอนไป ๗ ครั้ง
แหล่งข่าวในพื้นที่เขาพระวิหารรายงานว่า ไทยได้ถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่เขาพระวิหารส่วนหลังอีก ๒ รอบ ในต้นเดือนตุลาคม นับถึงขณะนี้มีการถอนกำลังที่ถูกส่งมาเป็นอัตรากำลังรบรวมแล้วทั้งสิ้น ๔ ครั้ง การถอนกำลังสองครั้งหลังสุด ครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๔ เป็นการถอนกำลังทหารของกรมทหารราบที่ ๑๖ ค่ายบดินทรเดชา จังหวัดยโสธร โดยใช้รถจีเอ็มซีในการลำเลียงทหารและสัมภาระรวม ๑๐ คัน พร้อมด้วยรถจี๊ปทหารบรรทุกปืนใหญ่ชนิดใดชนิดหนึ่งที่ถูกหุ้มปกปิดอย่างดี จำนวน ๔ คัน การถอนทหารครั้งนี้เป็นการดำเนินการในช่วงกลางวัน ต่างจากสองครั้งก่อนหน้า ส่วนการถอนครั้งหลังเป็นการถอนยุทโธปกรณ์ออกจากพื้นที่ โดยเกิดขึ้นเมื่อช่วงค่ำวันที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๕๔ เวลา ๑๙.๒๐ น มีการลำเลียงปืนใหญ่โดยรถบรรทุกประมาณ ๕ คัน ซึ่งน่าจะเป็นปืนใหญ่ขนาด ๑๐๕ ม.ม.
![]()
ภาพการถอนกำลังทหารของกรมทหารราบที่ ๑๖ ค่ายบดินทรเดชา จ.ยโสธร เมื่อ ๑ ต.ค.๕๔ (ซ้าย) รถจีเอ็มซีลำเลียงทหารและสัมภาระ (ขวา) รถจี๊ปทหารบรรทุกปืนใหญ่
การยอมรับล่าสุดของ พล.ท.ธวัชชัย สมุทรสาคร แม่ทัพภาคที่ ๒ ที่สโมสรร่วมเริงไชย ค่ายสุรนารี เมื่อ ๓๐ กันยายน ที่ว่ามีการถอนทหารจริงเพราะไม่เห็นประโยชน์ที่จะคงกำลังไว้เฉย ๆ หากรัฐบาลสองประเทศสามารถพูดจากันได้ แม้จะมีการปรับกำลังตอนนี้ก็ไม่มีอะไร เพราะปกติสิ้นปีงบประมาณพวกเก่าไปพวกใหม่ก็มาเป็นเรื่องปกติ ฝ่ายไทยมีการปรับกำลังพลไม่มาก ประมาณกว่า ๒,๐๐๐ คน แต่ก็มีชุดใหม่เข้ามาเสริม เพราะการหมุนเวียนหน่วยต่าง ๆ ที่มาไกลก็ให้กลับไปหมุนเวียนและบางส่วนก็มีหมุนเวียนไปทางภาคใต้ ซึ่งเป็นวงรอบอยู่แล้ว พร้อมกับยืนยันว่าไม่มีการถอนทหารออกจาก ในจุด A, B, C, D ของเขตปลอดทหาร ตามมาตรการชั่วคราวของศาลโลก
เป็นการยอมรับครั้งแรกว่ามีการถอนทหารจริง โดยเลี่ยงใช้คำว่าปรับกำลังตามคำแนะนำของนายกรัฐมนตรีกัมพูชาที่มีต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เมื่อครั้งเดินทางเยือนกัมพูชาอย่างเป็นทางการ และเป็นการเปิดเผยตัวเลขการถอนทหารเป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นตัวเลขการถอนทหารที่นับถึงสิ้นเดือนกันยายน ไม่รวมการถอนทหารและยุทโธปกรณ์สองครั้งหลังสุด ทั้งนี้ การให้สัมภาษณ์ของแม่ทัพภาคที่ ๒ มีบางส่วนขัดแย้งกับข้อเท็จจริงในพื้นที่ ซึ่งแหล่งข่าวที่ติดตามความเคลื่อนไหวทางทหารอย่างใกล้ชิดยืนยันว่า จนถึงปัจจุบัน กำลังทหารที่เป็นอัตรากำลังรบที่ถูกส่งเข้ามาประจำการในพื้นที่ส่วนหลัง ระหว่างที่มีการปะทะเมื่อต้นปีนั้น เหลืออยู่เพียงเล็กน้อย ไม่มีการส่งกำลังใหม่มาทดแทนหรือมีการหมุนเวียน ขณะที่กำลังทหารที่ประจำการในพื้นที่ปัจจุบันส่วนใหญ่เป็นอัตรากำลังปกติของพื้นที่ และที่ถูกส่งมาเสริมบางส่วน แหล่งข่าวยืนยันอีกว่า หากจะมีการหมุนเวียนก็เฉพาะกำลังในพื้นที่ส่วนหน้าเท่านั้น
ตามรายงานของไทยโพสต์เมื่อ ๑๙ กันยายน ระบุว่า การถอนอัตรากำลังรบเมื่อ ๑๗ กันยายน เป็นการถอนกำลังทหารจาก ร.๓๑ รอ. กรมทหารราบที่ ๓๑ รักษาพระองค์ (ร.๓๑ รอ.) หน่วยอาร์ดีเอฟ จ.ลพบุรี กองพันทหารม้าที่ ๕ (รถถัง) จ.สระบุรี (รถถัง) กองพันปืนใหญ่ ๗๑๑ และ ๗๑๒ กองพลทหารปืนใหญ่ กองร้อยค้นหาเป้าหมาย ถอนออกทั้งกำลังพลและยุทโธปกรณ์ ส่วนกำลังที่ยังไม่ถอนออกจากพื้นที่ ๔.๖ ตร.กม.หรือพื้นที่ส่วนหน้านั้น เป็นกำลังทหารภายใต้การดูแลของ ฉก.๑๒๓ กองกำลังสุรนารี ซึ่งมีทหารจาก ร.๑๖ กรมทหารราบที่ ๒๓ กรมทหารราบที่ ๘ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ที่สั่งการไว้ตั้งแต่วันที่ ๘ กันยายน




“ยืนยันว่าไม่มีการถอนทหารออกจาก ในจุด A, B, C, D ของเขตปลอดทหาร ตามมาตรการชั่วคราวของศาลโลก ”
ผมจะลองเชื่อพล.ท.ธวัชชัย สมุทรสาคร แม่ทัพภาคที่ ๒ ดูสักครั้ง
ผมไม่เชื่อ
พูดอย่างทำอย่าง เยิ้มไม่มีเครดิตให้เชื่อถือ
พุทโธเอ่ย…ถอนกลับน่านเจ้าแล้วเหรอ?
http://www.youtube.com/watch?v=w_YdGpQ9bOw
น้องสร้อย บองเตือนครั้งสุดท้ายนะ
๑.อย่าใช้ชื่อปลอมหลายชื่อ
๒. อย่าโพสต์อะไรที่พาดพิงสถาบันฯ
ถ้าไม่ฟังกันและคุยกันดี ๆ ไม่ได้ บองจะแบนไม่ให้โพสต์ความเห็นอีก