จับตางานเลี้ยงใหญ่บนเขาพระวิหาร หากเงื่อนไขไม่ลงตัว

ทหารไทยบนพื้นที่เขาพระวิหารเมื่อ ก.ค. ๒๕๕๑ฟิฟทีนมูฟ — แหล่งข่าวเผยมีความเคลื่อนไหวทางทหารสองฝ่ายไม่ปกติบนพื้นที่เขาพระวิหาร ฝ่ายไทยส่งราชินีสนามรบเข้าพื้นที่ พร้อมเครื่องจักรกลตั้งบังเกอร์ และเสริมกำลัง ขณะรัฐบาลมุ่งหน้าถอนทหารลูกเดียวเพื่อกินน้ำมัน ผบ.สส. ออกส่งสัญญาณ หากเงื่อนไขทหาร-รัฐบาลไม่ลงตัว ผสมปัจจัยอื่น อาจมีงานเลี้ยงใหญ่บนเขาพระวิหาร

วานนี้ เป็นครั้งแรกที่ผู้นำสูงสุดของฝ่ายทหาร พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ออกมาพูดอย่างชัดเจนว่า และส่งนัยยะถึง “เงื่อนไข” บางประการที่ทหารต้อง “รับได้” พร้อมเปิดประเด็นว่า การเจรจาเรื่องการถอนทหารอยู่นอกกรอบของคณะกรรมการชายแดนทั่วไป หรือ GBC ซึ่งหากรัฐบาลจะมอบหมาย เรื่องต้องไปผ่านสภา และให้แนวทางมา จึงเป็นเหตุผลที่รัฐบาลต้องรี่นำเอาเรื่องการถอนทหารเข้าผ่านความเห็นชอบของรัฐสภาโดยประชุมปกปิด

หากสำรวจสถานการณ์ในพื้นที่เขาพระวิหาร แหล่งข่าวในพื้นที่และสายความมั่นคงหลายแหล่ง รายงานตั้งแต่เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนว่า มีความเคลื่อนไหวและกิจกรรมทางทหารที่ไม่ปกติของทั้งสองฝ่าย โดยฝ่ายกัมพูชามีการเสริมกำลังทหารไม่ทราบจำนวนเข้าพื้นที่ ข่าวในทางเปิดพบว่ามีการ โดยจัดกำลังมาจากตำรวจในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียงจังหวัดพระวิหาร ขณะที่แหล่งข่าวระบุว่า ประมาณครึ่งหนึ่งเป็นทหารและครอบครัวทหารในพื้นที่เขาพระวิหารที่ไปเป็นตำรวจ นอกจากนี้ ผู้บัญชาการระดับสูงในภูมิภาคทหารของกัมพูชา มีการตรวจเยี่ยมหน่วยทหารและกองกำลังตำรวจป้องกันพรมแดน หรือ ตชด. ค่อนข้างถี่ รวมถึงการตรวจเยี่ยมการฝึกซ้อมของกองรถถังที่จังหวัดกำปงสปือ

ฝ่ายไทย มีรายงานว่า หลังมีการถอนทหารออกไปจำนวนมากก่อนวิกฤตน้ำท่วม เมื่อต้นเดือนมีการปรับกำลังนำหน่วยที่ได้ชื่อว่า “ราชินีแห่งสนามรบ” กลับขึ้นมาจากภาคใต้ เข้าประจำในพื้นที่ เป็นหน่วยที่ช่ำชองภูมิประเทศ มีความรู้ภาษาเขมรเป็นอย่างดี เป็นหน่วยที่ทหารเขมรเกรงกลัวเป็นที่สุด ตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการส่งทหารและเครื่องจักรกลเข้าพื้นที่เพื่อทำแนวบังเกอร์ใหม่นอกเขตปลอดทหาร และเพื่อกิจกรรมบางอย่าง และล่าสุดตลอดวันของวานนี้และวันนี้ มีการส่งทหารพร้อมยุทโธปกรณ์เข้าพื้นที่อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ เมื่อ ๑๘ พฤศจิกายน อ.กันทรลักษ์ ได้มีหนังสือสั่งการชะลอการปฏิบัติตามคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการศูนย์สั่งการชายแดน ผามออีแดง อุทยานแห่งชาติพระวิหาร ที่ออกมาตั้งแต่เมื่อ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๕๔

แม้ว่า ปัจจุบัน ความสัมพันธ์ในระดับพื้นที่ของทั้งสองฝ่าย ตั้งแต่ช่องซำแตไปจนถึงเขต จ.สุรินทร์ ค่อนข้างดี มีการติดต่ออย่างใกล้ชิดและแจ้งข่าวการลาดตระเวนต่อกันต่อเนื่อง ไม่มีการยั่วยุ โอภาปราศรัยกันค่อนข้างดี แต่ทว่าเป็นแต่เพียงสถานการณ์เหนือผิวน้ำเท่านั้น

ขณะที่ ฝ่ายนโยบาย รัฐบาลของผู้หลบหนีโทษจำคุก มีท่าที่ที่ชัดเจนว่าต้องการมุ่งหน้าสู่การถอนทหารและปฏิบัติตามมาตรการชั่วคราวของศาลโลก “ไอ้ปึ้ง” สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ยืนยันอย่างชัดเจนหลายครั้งและล่าสุดที่รัฐสภาในการพิจารณาเรื่องการถอนทหาร

การประชุมที่ยูเนสโก กรุงปารีส ครั้งล่าสุด มีประเด็นให้ตั้งข้อสังเกต คือ รัฐบาลได้ให้นายพิทยา พุกกะมาน ที่มีตำแหน่งทางการเมืองเพียงแค่ “ผู้ช่วย” ของรัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นหัวหน้าคณะฝ่ายไทย นายพิทยา เป็นอดีตทูตและที่ปรึกษารัฐมนตรีต่างประเทศ สมัยนายนพดล ปัทมะ ปัจจุบันเป็นหัวหน้าฝ่ายต่างประเทศของพรรคเพื่อไทย  แหล่งข่าวจากการประชุมที่ยูเนสโกให้ข้อมูลว่า ในการพบหารือระหว่างหัวหน้าคณะฝ่ายไทยกับ นายซก อาน หัวหน้าคณะฝ่ายกัมพูชา ที่ทำเนียบทูตกัมพูชา มีการหยิบยกเรื่องการแบ่งปันผลประโยชน์ “น้ำมัน” ขึ้นเป็นหัวข้อสนทนา เป็นที่ทราบว่า นายซก อาน นอกจากรับผิดชอบเรื่องมรดกโลกในฐานะประธานคณะกรรมการมรดกโลกของกัมพูชาแล้ว ยังเป็นประธานองค์การปิโตรเลียมแห่งชาติกัมพูชา ที่นายฮุน เซน นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ดูแลการเจรจาการแบ่งปันผลประโยชน์น้ำมันในอ่าวไทย

เมื่อไม่นานมานี้ เคิร์ท แคมป์เบลล์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศ สหรัฐอเมริกา พร้อมด้วยเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย ได้เข้าพบ ยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายพิทยา พุกกะมาน ก็อยู่ร่วมด้วย นอกจากนี้ การที่ นางฮิลลารี คลินตัน เดินทางเยือนไทยก็เป็นเรื่องควรให้ตั้งข้อสังเกต แม้หน้าฉากจะพูดถึงความสัมพันธ์และความช่วยเหลือน้ำท่วม แต่ย่อมเป็นที่ทราบกันดีว่า ลมหายใจเข้าออกของสหรัฐอเมริกาคืออะไร ทั้งนี้ จะสังเกตเห็นได้ว่าหลายเดือนที่ผ่านมีโฆษณาของบริษัทน้ำมันของสหรัฐในจอโทรทัศน์ของไทยต่อเนื่อง และเป็นครั้งแรก

เป็นที่ทราบอย่างชัดเจนว่า กัมพูชาต้องการทั้งปราสาทพระวิหาร เขตแดนและน้ำมัน ขณะที่ปัจจุบันของอดีตไทยรักไทย “หัวใจคือน้ำมัน” ดังนั้น ทิศทางจึงพุ่งเป้าเอาใจกัมพูชาเพื่อพากันออกทะเล เป็นเรื่องชวนจับตาว่ารัฐบาลเพื่อไทยจะใช้เงื่อนไขใดต่อรองให้ทหาร “รับได้” แม้อาจมองได้ว่าการขยับของทหารระดับสูงเป็นไปเพื่อต้องการเกราะคุ้มกันตนเอง แต่แหล่งข่าวหลายสายของฟิฟทีนมูฟมองตรงกันว่า เงื่อนไขของฝ่ายทหารตั้งอยู่บนประโยชน์ของชาติ พร้อมแนะให้จับตาสภาพอากาศ ที่ร่อง “ความกดอากาศสูง” กำลังปกคลุมพื้นที่เขาพระวิหาร พร้อมสังเกตความเคลื่อนไหวของทหารอย่างใกล้ชิด หากเงื่อนไขไม่ลงตัว หรือมีปัจจัยบางอย่าง เป็นไปได้ว่าจะมี “งานเลี้ยงใหญ่” บนพื้นที่เขาพระวิหารอีกรอบ ที่คราวนี้ฝ่ายทหารไทยจะไม่ให้เขมรกินเปล่าอย่างคราวเดือนกุมภาพันธ์!

n/e

สิ่งมีชีวิตเขตร้อน -คนเขียนตัวอักษรบนอินเตอร์เน็ต คนถือกล้องในภาคสนาม คนเล็กๆ ทำงานเบื้องหลังกับทีมขนาดกะทัดรัดในความเคลื่อนไหวปกป้องดินแดน

Visit Website