ฟิฟทีนมูฟ – โฆษกกระทรวงต่างประเทศเขมรเอาอีก โบ้ยว่าสายลับเขมรเป็นผู้รับเคราะห์จากการสร้างเรื่องของไทย ส่วนกรณีนายวีระเป็นการละเมิดกฎหมาย กล่าวหามาร์คจะฟ้องนานาชาติเพราะต้องการปิดบังความต้องการรุกรานกัมพูชาเท่านั้น
![]()
แฟ้มภาพ: นายโกย กวง โฆษกกระทรวงต่างประเทศกัมพูชา
หนังสือพิมพ์กัมพูชาใหม่ เช้าวันนี้ (๑๔ มิถุนายน ๒๕๕๔) รายงานอ้างการให้สัมภาษณ์ของนายโกย กวง โฆษกกระทรวงต่างประเทศกัมพูชา เมื่อช่วงเช้า ว่า ชายชาวกัมพูชาที่ถูกเจ้าหน้าที่ไทยจับตัวนั้น เป็นคนรับเคราะห์จากการสร้างเรื่องของไทย ส่วนกรณีวีระ สมความคิด ที่ถูกเจ้าหน้าที่กัมพูชาจับตัวนั้นเป็นคนที่ละเมิดด้านนโยบาย
นายโกย กวง ยังกล่าวต่ออีกว่า นายอภิสิทธิ์ ที่ต้องการเอาเรื่องนี้ไปแจ้งนานาชาตินั้น เป็นเพียงแค่ข้ออ้างอำพรางความต้องการรุกรานดินแดนกัมพูชาของตนเท่านั้น นายอภิสิทธิ์ที่สร้างเรื่องจารกรรมขึ้นในเวลานี้ ไม่อาจปิดบังความต้องการรุกรานกัมพูชาของตนที่มีขนาดใหญ่เท่าเมฆ แล้วเอาเรื่องเท่ายุงมาแลกเปลี่ยนกัน ดังนั้น คนกัมพูชาที่ถูกเจ้าหน้าที่ไทยสร้างเรื่องเพื่อจับตัวในข้อหาจารกรรมนั้น เป็นคนรับเคราะห์โดยสิ้นเชิง ไม่อาจเปรียบเทียบความต้องการแลกตัวกับวีระ สมความคิด ที่เป็นคนละเมิดกฎหมายได้




555 ไปกันน้ำขุ่นขลัก จับคุณวีระในเขตแดนกรูระยำจริง รัฐบาลไทย
กระทรวงการต่างประเทศชี้แจงกรณีการจับกุมคนสัญชาติไทย กัมพูชา และเวียดนาม ที่อำเภอกันทรลักษณ์
(13 มิถุนายน 2554 09:36:42)
เมื่อวันที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๕๔ นายเจษฎา กตเวทิน รองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวเกี่ยวกับการดำเนินการของไทยกรณีการจับกุมคนสัญชาติไทย กัมพูชา และเวียดนาม ที่อำเภอกันทรลักษณ์ เมื่อวันที่ ๗ มิถุนายน ๒๕๕๔ ดังนี้
๑. ขณะนี้การดำเนินการอยู่ในขั้นตอนของการสอบสวนโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะไม่มีการดำเนินคดีใด ๆ หากไม่มีหลักฐานที่บ่งชัด
๒. ประเทศไทยมีขั้นตอนการดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรม ซึ่งเริ่มจากการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจส่งเรื่องให้กับสำนักงานอัยการ และสำนักงานอัยการจะเป็นผู้ส่งเรื่องเพื่อฟ้องต่อศาลยุติธรรมต่อไป ซึ่งศาลของไทยนั้นเป็นสถาบันที่มีชื่อเสียง เกียรติยศ มีความเป็นมืออาชีพ อีกทั้งเป็นสถาบันซึ่งการเมืองจะเข้าไปแทรกแซงไม่ได้
๓. เมื่อคดีเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลแล้ว จำเลยสามารถที่จะตั้งทนายความเพื่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรมในสังคมเปิดโดยปรกติ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ของสถานเอกอัครราชทูตเวียดนามและกัมพูชาประจำประเทศไทยสามารถเข้าพบผู้ต้องหาได้ตามแนวปฏิบัติของสากล
๔. กระทรวงการต่างประเทศขอยืนยันว่า การดำเนินการทุกอย่างของฝ่ายไทยเป็นไปด้วยความโปร่งใส ตามขั้นตอนทางกฎหมาย และไทยไม่เคยตั้งข้อหาใด ๆ กับคนต่างชาติโดยการสร้างหลักฐานอันเป็นเท็จ และขอย้ำว่าไทยมีความจริงใจในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับทุกประเทศ โดยเฉพาะกับประเทศเพื่อนบ้านเสมอมา
http://www.mfa.go.th/web/2670.php?id=27542