วา กิมฮงนำทีมประชุม JBC เผยประเด็นหารือ หวังไทยไม่เอา ๑๙๐ ขวางอีก

นายวา กิมฮง รัฐมนตรีอาวุโส รับผิดชอบกิจการพรมแดน ประธานคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมฝ่ายกัมพูชาฟิฟทีนมูฟ – วา กิมฮง นำทีมประชุม JBC ที่กรุงเทพ เผยประชุม ๓ ประเด็น ค้นหาหลักเขต ๑๗-๒๓ การทำแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศและเตรียมเอกสารข้อกฎหมาย เว้นพื้นที่ปราสาทพระวิหารให้ศาลโลกตัดสิน โวเขมรตั้งใจซื่อตรงหวังความคืบหน้าและไทยคงไม่นำมาตรา ๑๙๐ มาเป็นอุปสรรคอีกจนประสบชะตากรรมเหมือนบันทึกการประชุม ๓ ฉบับ ก่อนหน้า เน้นสองฝ่ายต้องผลักดันร่วมกันไม่ใช่เขมรผลักดันลำพัง

ซีอีเอ็นของกัมพูชา วันนี้ (๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕) รายงานว่า การประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม หรือ JBC ระหว่างวันที่ ๑๓-๑๔ กุมภาพันธ์ นี้ ที่ประเทศไทย นายวา กิมฮง1 รัฐมนตรีอาวุโส รับผิดชอบกิจการพรมแดน พร้อมด้วยนายลง วิซาโล2 เลขาธิการกระทรวงต่างประเทศ จะนำคณะตัวแทนกัมพูชากว่า ๒๐ คน เข้าร่วมการประชุม ประกอบด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัดชายแดนติดกับไทย ผู้บัญชาการทหารชายแดน เจ้าหน้าที่จากกระทรวงต่างประเทศ กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงกลาโหม โดยจะออกเดินทางในช่วงเย็นวันอาทิตย์ ที่ ๑๒ กุมภาพันธ์

นายวา กิมฮง ประธานคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมฝ่ายกัมพูชา กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ ที่ไทยได้นำกำลังทหารเข้ารุกรานดินแดนกัมพูชา เวลานี้ ตนจะนำคณะไปร่วมการประชุมเต็มองค์คณะของเจบีซี กัมพูชา-ไทย ครั้งที่ ๕ ส่วนระเบียบวาระการประชุม ประกอบด้วย ๑.การค้นหาหลักเขตที่ ๑๗ ถึง ๒๓ ที่ด่านช่องสะงำ อันลงแวง ถึงใกล้ปราสาทตาเมือน ๒.การทำแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศ แต่ไม่ใช่ไปแทนที่แผนที่คณะกรรมการผสมสยาม-ฝรั่งเศส ค.ศ. ๑๙๐๔-๑๙๐๗ เดิม หากแต่วัดตำแหน่งหลักเขตใหม่ให้ชัดเจนบนแผนที่ ซึ่งมีแผนจะจัดทำที่เรียกว่าแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศ ๓.การหารือกันในข้อกฎหมายและเทคนิคที่ต้องมีการวัดพิกัดใน ๖ พื้นที่ ส่วนพื้นที่ที่มีปราสาทพระวิหารตั้งอยู่จะไม่มีการนำขึ้นหารือ เพราะอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลโลก แต่จะมีการเตรียมข้อบทกฎหมายและเทคนิคเพื่อเตรียมพร้อมแก้ไขปัญหาทั้งหมด

นายวา กิมฮง กล่าวอีกว่า ประเด็นอื่น ฝ่ายกัมพูชาเสนอเปิดด่านผ่านแดนระหว่างประเทศอีกหนึ่งแห่ง คือที่สตึงบต3 ใกล้กับด่านปอยเปต ใน จ.บันเตียเมียนเจ็ย กัมพูชาลงไปเตรียมแบบเทคนิค ลงไปวัดพื้นที่เพื่ออนุญาตให้กระทรวงสาธารณการ (โยธาธิการ) และขนส่งดำเนินการก่อสร้าง ส่วนเรื่องอื่น ๆ จะมีการหารือกันเกี่ยวกับเอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับหลักเขตที่ค้นพบแล้ว ๔๘ หลัก จากทั้งหมด ๗๓ หลัก โดยใน ๔๘ หลักนี้ มีทั้งที่เห็นชอบร่วมกันแล้วและยังไม่ได้ให้ความเห็นชอบร่วมกัน ดังนั้น จะต้องมีการทำเอกสารเป็น ๓ ภาษา คือ เขมร ไทย และอังกฤษ นี่เป็นประเด็นใหญ่ เพราะ ๔๘ หลัก ที่ต้องลงนามมีทั้งเรื่องแผนผังและที่ตั้งของแต่ละหลัก

ประธานคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมฝ่ายกัมพูชา กล่าวยืนยันว่า กัมพูชามีความสบายใจในการไปประชุมเจบีซี คือกัมพูชามีความตั้งใจที่ซื่อตรงที่จะผลักดันการแก้ไขปัญหาเขตแดนให้คืบหน้า ดังนั้น กัมพูชาหวังว่าการประชุมนี้จะได้รับผลในทางบวก ไม่เหมือนวาสนาของการประชุมเจบีซีทั้งสามครั้งนับตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ กัมพูชาจึงขอให้ได้ผลในทางบวกเพื่อนำไปปฏิบัติ แล้วถ้าประเทศทั้งสองมีความตั้งใจในการแก้ปัญหาเขตแดน ก็ต้องช่วยกันผลักดัน ไม่ใช่กัมพูชาผลักดันแต่ฝ่ายเดียวเพราะปัญหาเขตแดนเป็นปัญหาร่วม

นายวา กิมฮง กล่าวต่อว่า ถ้าเห็นชอบร่วมกันแล้วไม่มีอุปสรรคมาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญไทย เราก็สามารถปฏิบัติได้เลย แต่หากไทยยังคงเรียกร้องนำเอาเอกสารไปแถลง (ต่อรัฐสภา) ตามขั้นตอนทางกฎหมายของตน นั่นก็ไม่ได้การอีกและค้างเหมือนที่ผ่านมา นับตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ เราลงนามบันทึกการประชุมแล้ว ๓ ครั้ง แต่ไทยบอกว่ารอนำไปแถลงต่อรัฐสภา จนถึงตอนนี้ยังไม่ออกมา นอกจากนี้ นายวา กิมฮง ยังกล่าวอีกว่า การประชุมเจบีซีระหว่างวันที่ ๑๓-๑๔ กุมภาพันธ์ จะไม่มีการหารือเรื่องการถอนทหารและปัญหาเขตแดนปราสาทพระวิหาร เพราะได้วางปัญหานี้ไว้ในมือของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ กรุงเฮก แล้ว

หลังเหตุการณ์ พล.ท.กนก เนตระคะเวสนะ นำกำลังขึ้นช่วยเหลือคนไทยและวางกำลังทหารไทยไว้ที่วัดแก้วสิกขาคีรีสวาะ บนพื้นที่ ๔.๖ ตร.กม. ของไทย เมื่อ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๕๑ ซึ่งกัมพูชาถือเอาว่าเป็นวันที่ทหารไทยนำกำลังเข้ารุกรานดินแดนกัมพูชา ได้มีการประชุมเจบีซีไทย-กัมพูชา มาแล้ว ๓ ครั้ง คือ ครั้งแรกที่เมืองเสียมราฐ เมื่อ ๑๐-๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ ครั้งต่อมาที่กรุงเทพ ระหว่างวันที่ ๓-๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ และครั้งที่ ๓ ในกรุงพนมเปญ เมื่อ ๖-๗ เมษายน ๒๕๕๓ โดยบันทึกการประชุมทั้งสามครั้ง รัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้นำเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาและพยายามใช้ทุกวีถีทางเพื่อให้ผ่านความเห็นชอบ แต่จำเป็นต้องถอนวาระในที่สุดเนื่องจากถูกคัดค้านอย่างรุนแรงจากหลายภาคส่วนในสังคมไทย

--------------------------------------
  1. វ៉ា គីម​ហុង []
  2. ឡុង វីសាលោ []
  3. ស្ទឹង​បត់ []

n/e

สิ่งมีชีวิตเขตร้อน -คนเขียนตัวอักษรบนอินเตอร์เน็ต คนถือกล้องในภาคสนาม คนเล็กๆ ทำงานเบื้องหลังกับทีมขนาดกะทัดรัดในความเคลื่อนไหวปกป้องดินแดน

Visit Website