ฟิฟทีนมูฟ — เบนนี วิดโยโน อดีตผู้แทนยูเอ็นประจำเขมร เข้าพบโปรโมตหนังสือกับนายกฯ เขมร ไม่วายปากพล่อยกล่าวหาไทยรุกรานดินแดนเขมรพร้อมเสนอจะช่วยเหลือ ระบุตนได้ศึกษาประวัติศาสตร์มาแล้ว ส่วนฮุน เซน ดราม่าระบุการรุกรานของไทยทำเขมรยากลำบาก ซ้ำมีวิกฤติเศรษฐกิจโลก
![]()
นายเบนนี วิดโยโน ระหว่างเยี่ยมคารวะและมอบหนังสือเล่มใหม่ของตนให้กับนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๔
ตามรายงานของหนังสือพิมพ์กัมพูชาใหม่และสำนักนายกรัฐมนตรีกัมพูชา (๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๔) อ้างการเปิดเผยของนายเอียง โซะปลแลต1 ผู้ช่วยส่วนตัวของนายกรัฐมนตรี ฮุน เซน ที่ระบุว่า ระหว่างการเข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ของนายเบนนี วิดโยโน (Benny Widyono) อดีตตัวแทนเลขาธิการสหประชาชาติประจำกัมพูชา ชาวอินโดนีเซีย ในช่วงเช้าวันที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๔ นายเบนนี่ได้กล่าวว่าประเทศไทยได้รุกรานต่อบูรณภาพดินแดนของกัมพูชา เนื่องจากตนได้ศึกษาประวัติศาสตร์พื้นที่ปราสาทพระวิหารอย่างชัดเจน
นายเอียงเปิดเผยว่า ในการเข้าเยี่ยมคารวะดังกล่าว นายเบนนี่ได้มอบหนังสือภาษาเขมรซึ่งนายเบนนีเป็นผู้เขียน เรื่อง “ระบำในเงามืด: สีหนุ เขมรแดง และสหประชาชาติในกัมพูชา” (Dancing in Shadows: Sihanouk, the Khmer Rouge and the United Nations in Cambodia) โดยนายเบนนีได้กล่าวกับฮุน เซน ว่า ตนได้แสวงหาความรู้และศึกษาประวัติของปราสาทพระวิหาร ซึ่งความจริงคือประเทศไทยได้ทำการรุกรานกัมพูชา นอกจากนี้นายเบนนี่ยังเสนอจะให้การช่วยเหลือเอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำกรุงนิวยอร์ค เพื่อช่วยงานในเรื่องดังกล่าวนี้
นายกรัฐมนตรี ฮุน เซน ได้กล่าวขอบคุณที่ได้แสวงหาความรู้และจะช่วยเหลือกัมพูชาในปัญหาปราสาทพระวิหาร และได้แจ้งนายเบนนีอย่างละเอียดเกี่ยวกับการรุกรานของไทยบนแผ่นดินกัมพูชา รวมถึงมาตรการของกัมพูชาในการขัดขวางการรุกรานดังกล่าวของไทย นอกจากนี้ ฮุน เซน ได้เล่าถึงความยากลำบากของกัมพูชาที่เกิดจากการรุกรานของไทย พร้อมกับที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจโลก
นายเบนนี วิดโยโน เกิดในประเทศอินโดนีเซีย อดีตปฏิบัติภารกิจทูตองค์การสหประชาชาติ เคยประจำอยู่ที่กรุงเทพฯ ซานดิเอโก นิวยอร์ค และกัมพูชา รู้ทั้งภาษาไทยและภาษาเขมร ทำงานในหน่วยรักษาสันติภาพของ UNTAC ระหว่างปี ค.ศ.๑๙๙๓-๑๙๙๔ เป็นตัวแทนเลขาธิการยูเอ็นประจำกัมพูชาระหว่าง ค.ศ. ๑๙๙๔-๑๙๙๗ การเข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรีกัมพูชาครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการโปรโมตหนังสือเล่มล่าสุดของตน
- អ៊ាង សុផល្លែត [↩]




นายเบนนี วิดโยโน (Benny Widyono) อดีตตัวแทนเลขาธิการสหประชาชาติประจำกัมพูชา ชาวอินโดนีเซีย น่าจะขอเข้าพบนายอภิสิทธิ์ฯ บ้างนะแล้วก็พูดแบบเดียวกับที่พูดกับนายฮวยเซ็ง อยากรู้ว่านายอภิสิทธิ์ฯจะตอบว่าอย่างไร หรือจะตอบว่า “ที่ท่าน Benny With Young Yo (นายเบนนี่ วิธยงโย่)พูดถูกแล้วเพราะพรรคเรามีแผนการณ์ที่จะให้ประชาคมโลกเข้าใจว่าไทยเรารุกรานกัมพูชา แล้วสังคมโลกจะได้ประณามไทย ซึ่งจะเป็นไปตามแผนการณ์ที่จรกาหน้าดำวางเอาไว้ ไทยเราจะได้ยกดินแดนหลายหมื่นตารางกิโลเมตรให้กับกัมพูชา แล้วพรรคเราจะได้ส่วนแบ่งจากการขายแผ่นดินไทย” โอ้…..มันช่างบัดซบจริงๆ แบบนี้ไปออกรายการของนายตายพบดีกว่านะ รายการ”ฝันที่เป็นจริง” เผื่อจะได้สามล้อแดง ขี่พาลูกเมียไปอังกฤษ
” ประเทศชาติจะฉิบหายก็ช่างมัน
ประชาชนจะลำบากก็ช่างมัน
ลูกน้องจะตายก็ช่างมัน
ขอกูสบายก็แล้วกัน ”
นี่คือเพลง คติ ประจำตัวของคณะผู้บริหารระดับสูงส่วนมากในทุกๆองค์กรในประเทศไทย และ ประจำตัวประจำใจของกลุ่มชนชั้นสูงเป็นส่วนใหญ่ในประเทศไทย ณ วันนี้ ขอย้ำว่า เป็นส่วนใหญ่ที่คิดแบบนี้ ไม่ใช่ส่วนน้อยที่คิดแบบนี้
เพราะหากคิดแบบนี้เป็นส่วนน้อย ประเทศชาติจะไม่ตกต่ำ ตกอับ ถึงเพียงนี้เช่นทุกวันนี้เป็นอันขาด
กลุ่มคนส่วนใหญ่ที่คิดแบบนี้ เป็นในกลุ่มคนระดับหัวแถวของประเทศในทุกๆกลุ่มไม่มียกเว้นแม้แต่กลุ่มเดียว เช่น กลุ่มผู้พิพากษาในทุกศาล กลุ่มนายพลในทุกๆกองทัพ กลุ่มผู้บริหารในทุกๆกระทรวง ทบวง กรม กลุ่มผู้บริหารในองค์กรอิสระทุกๆองค์กร กลุ่มผู้บริหารในทุกๆมหาวิทยาลัย วิทยาลัย ทุกๆสถาบันการศึกษา นักการเมืองทุกๆคนทุกๆระดับ กลุ่มผู้บริหารระดับสูงในองค์กรเอกชนทุกๆองค์ในประเทศไทย
คนส่วนใหญ่ในกลุ่มนี้ หากไม่มีผลประโยชน์โดยตรง ก็มีผลประโยชน์ทับซ้อนของตนเอง ของเมีย ของลูก ของหลาน ของญาติฝ่ายตนเอง ของญาติฝ่ายเมีย หรือไม่ก็เพื่อนฝูง ที่ต้องรักษาไว้
แต่ผลประโยชน์ของชาติ ของประชาชน ของลูกน้อง ของส่วนรวม ไม่เกี่ยวครับ
ใครว่าไม่จริงบ้าง ขอให้แจกแจงมาได้ครับ
เพราะฉะนั้น ประชาชนทั้งหลาย ลูกน้องทั้งหลาย ตื่นได้แล้ว อย่าหลับอยู่อีกเลย ไม่มีใครคิดทำอะไรให้แก่พวกท่านโดยฟรีๆหรอกครับ พวกเขาคิดทำให้ท่าน ๕% แต่พวกเขาที่เป็นคนคิดทำให้วกท่านเขาจะต้องได้ ๙๕% เป็นอย่างไรเจ๋งไหมครับ
ประชาชนส่วนใหญ่ ลูกน้องส่วนใหญ่ ลุกขึ้นมาได้แล้วจับ ลุกขึ้นมาจับๆๆๆๆๆ จับไม้กวาดปัดกวาดองค์กรของท่าน จับไม้กวาดมาปัดกวาดประเทศชาติได้แล้วครับ
เอาวันที่ศาลโลก หรือ วันที่ UNESCO ประกาศให้พื้นที่รอบเขาพระวิหารเป็นเขมร เป็นวันดีเดย์น้ะครับ เรารอไม่ได้อีกแล้ว และอย่ารอต่อไป ปัดกวาดให้คนพวกนี้ออกไปจากแผ่นดินไทยของพวกเราได้แล้ว พวกเขามีเงินทองมากมาย พวกเขาไม่เดือดร้อนที่จะไปอยู่ในที่ใดๆได้ในโลกนี้ครับ
แล้วกันน้ะครับ เพื่อร่วมกันร้องเพลง
” ถึงตัวจะตายก็ช่างมัน
ประเทศชาติต้องคงมั่น
ประชาชนต้องปลอดภัย
ลูกน้องต้องไม่ตาย “
สิ่งที่อยากเห็นในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
๑. อยากเห็น คดีทุจริตต่อแผ่นดิน คดีที่ข้าราชการ นักการเมืองทุกระดับ โกงชาติโกงแผ่นดิน โกงประชาชน ต้องไม่มีอายุความ
๒. โทษของการที่ข้าราชการ นักการเมืองทุกระดับ โกงชาติ โกงแผ่นดิน โกงประชาชน มีโทษสถานเดียว คือ ประหารชีวิต เท่านั้น
๓. เมื่อประชาชนพบการโกงชาติ โกงแผ่นดิน โกงประชาชน ของข้าราชการ ของนักการเมืองทุกระดับ ประชาชนต้องเป็นผู้เสียหายโดยตรง ประชาชนต้องมีสิทธิ์ทำการฟ้องร้องข้าราชการ นักการเมืองที่โกงชาติ โกงแผ่นดิน โกงประชาชนได้เองต่อศาลใดๆที่เกี่ยวข้องได้ทันที หรือ มอบหมายให้องค์กรที่รับมอบอำนาจจากประชาชนดำเนินการฟ้องร้องข้าราชการ นักการเมืองที่โกงชาติ โกงแผ่นดิน โกงประชาชนต่อศาลใดๆได้เองทันที
๔. ผู้ที่จะสมัครรับเลือกตั้งทุกๆสนามการเลือกตั้ง ไม่จำเป็นต้องสังกัดพรรคการเมืองก็ได้ ไม่จำเป็นต้องจบการศึกษาระดับปริญญาตรีก็ได้
๕. นักการเมืองที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองต้องถูกตัดสิทธิ์ตลอดชีวิต หรือ อย่างน้อย ๒๐ ปี
และ ถูกริบทรัพย์ทั้งหมดเข้าเป็นของแผ่นดิน โดยแบ่งให้ผู้แจ้งเบาะแส ๕๐% หรือ ผู้ดำเนินการฟ้องร้องคดีนั้นๆ ๕๐% โดยให้เหลือเข้าเป็นของแผ่นดิน ๕๐%ของทั้งหมดที่ริบได้ทุกครั้งไป
๖. ผู้ที่เข้ามาให้ข้อมูลในการโกงชาติ โกงแผ่นดิน โกงประชาชน ของใครก็ตาม จะได้รับการกันไว้เป็นพยาน และได้ส่วนแบ่ง ๒๐% ของทรัพย์ที่ริบได้ ในฐานะผู้ให้เบาะแส
๗. ใครจะได้เป็น ผู้แทนของประชาชน ในทุกๆสนามการเลือกตั้ง จะต้องได้คะแนนเสียงมากกว่าคะแนน VOTE NO หากไม่ได้ตามเงื่อนไขนี้ ให้ถือว่า สอบตก ต้องเลือกตั้งใหม่ และหาก สอบตก ๒ ครั้งติดต่อกัน ห้ามสมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลา ๑๐ ปีในทุกๆสนามการเลือกตั้ง
๗. ผู้ใดถูกจับได้ว่าทุจริตในการเลือกตั้ง ต้องถูกตัดสิทธิ์ ห้ามสมัครลงเลือกตั้งในทุกๆสนามการเลือกตั้งเป็นเวลา ๒๐ ปี และ ต้องเป็นผู้จ่ายค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งครั้งที่ทุจริตและในครั้งที่ต้องเลือกตั้งใหม่อันเนื่องมาจากการทุจริตของตนเองในครั้งนั้น และต้องโทษจำคุกด้วยเป็นเวลา ๑๐ ปี และคดีนี้ไม่มีอายุความ
การฟ้องร้องกรณีนี้ ประชาชนทั่วไปที่มีข้อมูลการทุจริตสามารถทำการฟ้องร้องได้เองโดยตรง หรือ ประชาชนฯจะมอบหมายให้องค์กรใดๆฟ้องร้องแทนก็ได้ นอกเหนือไปจากหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องจะต้องฟ้องร้องตามปกติ
๙. กรณีที่ ศาลตัดสินว่า การเลือกตั้งในเขตนั้นๆทุจริต กกต.ที่เกี่ยวข้องตามคำพิพากษานั้นทุกระดับต้องร่วมกันรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้นในการเลือกตั้งที่ทุจริตและในการเลือกตั้งซ้อม และ กกต.ทุกระดับที่เกี่ยวข้องนี้ ต้องได้รับโทษ ห้ามยุ่งเกี่ยวกับการเลือกตั้งในทุกๆสนามการเลือกตั้งเป็นเวลา ๒๐ ปี และ ต้องโทษจำคุกด้วยเป็นเวลา ๕ ปี คดีนี้ไม่มีอายุความ
การฟ้องร้องกรณีนี้ ประชาชนทั่วไปที่มีข้อมูลการทุจริตสามารถทำการฟ้องร้องได้เองโดยตรง หรือ ประชาชนฯจะมอบหมายให้องค์กรใดๆฟ้องร้องแทนก็ได้ นอกเหนือไปจากหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องจะต้องทำการฟ้องร้องตามปกติ
ยูเนสโกง ซ่องกระหรี่
เครื่องหมาย”ยูเนสโก้”คือป้ายอาหารร้านอร่อย ต้องการเอาไปติดที่หน้าร้านต้องจ่ายค่าธรรมเนียม