ASTVผู้จัดการสุดสัปดาห์ - ณ เวลานี้กรณีปัญหาเรื่องการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกก็ยังคงเป็นประเด็นที่คนไทยทั้งประเทศให้ความสนใจ กระทั่งเกิดเป็นเครือข่ายภาคประชาชนซึ่งรวมตัวกันเพื่อแสดงพลังคัดค้านการขึ้นทะเบียนตามข้อเสนอของกัมพูชาซึ่งจะส่งผลให้ไทยเสียดินแดนให้แก่กัมพูชา ซึ่งล่าสุดนายอภิสิทธ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ก็ได้เปิดโอกาสให้เครือข่ายภาคประชาชนส่งตัวแทนเข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับฝ่ายรัฐบาลในกรณีดังกล่าว
ส่วนผลการเจรจาจะเป็นอย่างไร นายกรัฐมนตรีเห็นพ้องตามข้อเสนอของเครือข่ายภาคประชาชนหรือไม่ ‘ดร.สมปอง สุจริตกุล’ คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต และอดีตทนายผู้ประสานงานคณะทนายฝ่ายไทยในคดีปราสาทพระวิหาร ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ พ.ศ.2502-2505 ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวแทนภาคีภาคประชาชนที่เข้าร่วมหารือกับนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ได้เปิดเผยถึงรายละเอียดในการเจรจาครั้งนี้ กับ ‘ASTVผู้จัดการสุดสัปดาห์’ อย่างหมดเปลือก พร้อมทั้งเสนอทางออกและมุมมองที่น่าสนใจอย่างยิ่ง
**การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับนายกรัฐมนตรีและตัวแทนฝ่ายรัฐบาล กับฝ่ายเครือข่ายภาคประชาชนเกี่ยวกับข้อเท็จจริงกรณีปราสาทพระวิหารและพื้นที่โดยรอบ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นอย่างไรบ้าง
ผมได้ชี้แจงให้ท่านนายกฯอภิสิทธิ์ทราบในหลายประเด็นด้วยกัน เนื่องจากเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สับสนและซับซ้อน ผมก็ชี้แจง 2 เรื่องใหญ่ๆ คือ 1.เรื่องข้อเท็จจริง และ 2. เรื่องข้อกฎหมาย เพราะตั้งแต่ท่านถนัด คอมันตร์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นกรรมาธิการกฎหมายระหว่างประเทศขององค์การสหประชาชาติ เมื่อปี 2501 หรือประมาณ 52 ปีมาแล้ว ก็มีผมคนเดียวเท่านั้นที่ได้เข้าไปเป็นกรรมาธิการกฎหมายระหว่างประเทศขององค์การสหประชาชาติ จึงยากที่จะทำความเข้าใจกับเจ้าหน้าที่ที่เขาทำเรื่องข้อพิพาทระหว่างไทยกับกัมพูชา และกรณีปราสาทพระวิหาร
**แปลว่าเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องไม่เข้าใจ
ถ้าไม่เข้าใจก็ยังดีนะ แต่นี่เข้าใจตรงกันข้ามกับข้อเท็จจริง และเข้าใจตรงกันข้ามกับข้อกฎหมาย สมมุติศาลบอกว่าอันนี้สีขาว เขาบอกว่าสีดำ ศาลโลกบอกว่าแผนที่นี้มีจุดที่ผิดหลายแห่ง เขาบอกว่าประเทศไทยรับแผนที่นี้ ที่ผ่านมาศาลโลกไม่ได้พิจารณาแผนที่เลยว่าถูกหรือผิด แต่เขาบอกว่าศาลพิจารณาว่าแผนที่ถูก ความเข้าใจผิดของหน่วยราชการทำให้รัฐบาลไทยเข้าใจผิดตามไปด้วย เจ้าหน้าที่ซึ่งต้องรู้ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายแต่กลับไม่ได้ศึกษาหรือไม่ได้ใช้เวลาพอกับเรื่องนี้
**ดูเหมือนเจ้าหน้าที่ไทยจะยืนตามความเห็นของกัมพูชา ?
ดูเหมือนกับเขาเป็นคนกัมพูชา เขาพูดไปได้ยังไง ทั้งๆที่มันไม่มีหลักเกณฑ์หรือมูลฐานทางกฎหมายเลยแม้แต่น้อยว่าแผนที่ซึ่งทางฝรั่งเศสจัดทำขึ้นฝ่ายเดียวจะเป็นใหญ่กว่าความตกลงระหว่างประเทศ เขาพูดไปได้ยังไง เขาอ้างว่าแผนที่นี่มาทีหลังความตกลงเพราะฉะนั้นแผนที่ต้องใหญ่กว่า เข้าใจผิด.. สามัญชนก็รู้แล้วว่าแผนที่ไม่เกี่ยวอะไรเลย ถ้าแผนที่อยู่ในส่วนของความตกลงสิ แผนที่จึงจะยกฐานะเป็นความตกลง แต่นี่เป็นแผนที่ซึ่งฝรั่งเศสจัดทำขึ้นฝ่ายเดียว แต่เขาอาจจะอ่านคร่าวๆ คือฝรั่งเศสเขาเขียนว่าแผนที่นี้ทำขึ้นโดยคณะกรรมการปักปันผสม ซึ่งจริงๆ ประกอบด้วยทั้งฝ่ายฝรั่งเศส กัมพูชา และฝ่ายไทย แต่กรณีนี้ฝรั่งเศสทำฝ่ายเดียว ฝรั่งเศสก็เป็นสมาชิกของคณะกรรมการผสม แต่ฝ่ายไทยไม่ได้เข้าไปร่วมด้วยเลย ซึ่งในการจัดทำแผนที่ฝรั่งเศสก็ทำผิด ทำแผนที่กินเลยเข้ามาในเขตแดนไทยเป็นกิโลเมตรเลย



