15thmove : วันนี้นั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างออกจากหอการค้า ระหว่างทางก็คุยกันไป เขาบ่น ๆ ตำรวจว่าเวลาเสื้อแดงชุมนุม ชูธงแดงมาก็ไม่กล้าจับ เวลาเสื้่อเหลืองชุมนุม ชูธงเหลืองมาก็ไม่กล้าจับ ตำรวจบางคนก็ดี บางคนก็หากินกับความเดือดร้อนชาวบ้าน ..ผมก็เลยชวนคุยต่อเรื่องเสื้อแดงกล่าวล่วงละเมิดสถาบัน มอเตอร์ไซต์ก็ว่า "บางทีมันก็เรียกในหลวงว่า..... ผมก็ไล่มันลงจากรถ รับไม่ได้ เกิดมาก็เห็นในหลวง พ่อผมเกิดมาก็เห็นในหลวง พระองค์จะอยู่สบายก็อยู่ได้ แต่นี่ขึ้นเขาลงห้วยทำงานเพื่อราษฎรมากี่สิบปี ใครจะสีไหนก็ตามแต่ ผมสีในหลวง"
(about an day ago).ข่าวสั้นทันเขมร
- 7 ธ.ค. - 18:19 น.
ฮอเผยเตรียมส่งเอกสารถึงศาลโลกมีนาปีหน้า Continue →
- 1 ธ.ค. - 15:08 น.
ถึกฮวยเซงเปิดการก่อสร้างถนนที่โพธิสัตว์ ตั้งเป้าลาดยาง ๕๐๕ กม. ๗ จว Continue →
- 1 ธ.ค. - 13:48 น.
อันดับความโปร่งใสเขมรร่วง เผยศาลคอรัปชันรุนแรงอันดับหนึ่ง Continue →
- 7 ธ.ค. - 18:19 น.
Tag Archives: ฮุน เซน
มาร์คเห็นชอบฮุน ๕ ประเด็น ถอนกำลังพ้นพระวิหาร?
ฟิฟทีนมูฟ — อภิสิทธิ์คุยหวานฮุน เซน เห็นชอบร่วมกัน ๕ ประการ รวมถึงการมองหาช่องทางถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่รอบปราสาทพระวิหาร และดื้อเดินหน้าจะใช้กลไกเจบีซีแก้ปัญหาเขตแดน ทั้งไม่ฟังเสียงใครดอดบอกฮุน เซน เป็นนัยว่าคณะกรรมาธิการร่วมสองสภาจะให้ความเห็นชอบร่างเจบีซี ๓ ฉบับ ต้นเดือนธันวา นายฮุน เซน และอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ระหว่างการประชุม ACMECS ที่กรุงพนมเปญเมื่อ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ หนังสือพิมพ์เกาะสันติภาพของกัมพูชารายงานเมื่อวานนี้ (๑๘ พฤศจิกายน) ว่า นายกรัฐมนตรีฮุน เซน และนายกรัฐมนตรีไทย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้เห็นชอบร่วมกันใน ๕ ประเด็น ระหว่างการหารือสองต่อสองเป็นเวลา ๔๐ นาที ในกรุงพนมเปญเมื่อวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน ที่ผ่านมา นายกอย เกือง (Mr. Koy Kuong) โฆษกกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา ระบุว่าสองผู้นำได้เห็นชอบในหลายประเด็นเกี่ยวกับปัญหาข้อพิพาทเขตแดนระหว่างสองประเทศ โดยข้อตกลงที่เห็นชอบร่วมกัน ๕ ประเด็นประกอบด้วย ๑. สองชาติจะใช้กลไกที่มีอยู่ผ่านคณะกรรมการชายแดนทั่วไป1 ซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของสองประเทศเป็นประธานร่วม แก้ปัญหาพิพาทเขตแดน ๒. ลดความตึงเครียดทางทหารโดยพิจารณาความเป็นไปได้ในการถอนทหารจากพื้นที่พิพาทเขตแดน ๓. พิจารณาสถานะของแรงงานอพยพชาวกัมพูชาในไทย ๔. พิจารณาการจัดงานฉลองร่วมความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศครบรอบ ๖๐ ปี ๕. พิจารณาการแลกเปลี่ยนด้านวัฒนธรรมและการค้า ตัวอย่างเช่น กฐินไทยที่เดินทางไปยังกัมพูชา และกฐินหลวงที่จะไปยังกัมพูชาในอนาคต นายกอย เกือย ยังระบุอีกว่านอกจากข้อตกลงข้างต้น ทั้งสองผู้นำได้แลกเปลี่ยนความเห็นในการจัดงานมหกรรมการค้าเขมร-ไทย ในกัมพูชา ด้วยเช่นกัน ต่อปัญหาพิพาทเขตแดนในพื้นที่รอบปราสาทพระวิหาร นายกอย เกือง ระบุว่าทั้งสองฝ่ายหวังเป็นอย่างยิ่งว่าคณะกรรมาธิการของรัฐสภาไทย2 ที่ตั้งขึ้นจะให้ความเห็นชอบร่างข้อตกลงเจบีซี3 ทั้ง ๓ ฉบับ ซึ่งเกิดจากการประชุมของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสองประเทศในปี ๒๕๕๑ และ ๒๕๕๒ ซึ่งให้ไทยถอนทหารออกจากพื้นที่รอบปราสาทพระวิหาร ————————————–GBC-General Border Committee [↩]จากผลการประชุมร่วมสองสภาฯ พิจารณาบันทึกเจบีซี เมื่อวันที่ ๒ พ.ย. ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ร่วมกันทั้งสองสภา พิจารณาบันทึกการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (เจบีซี) ๓ ฉบับ จำนวน ๓๐ คน แบ่งเป็น ส.ส. ๒๓ คน มี ส.ส.พรรคเพื่อไทย ๙ คน และ ส.ว. ๗ คน พิจารณาให้เสร็จภายใน … Continue
แล้วเราก็แต่งงานกัน
1 เมื่อรักหักเหลี่ยม ..ชั่ว ช้า ดิน สลาย เมื่อรักสุกงอม..แฟนใหม่ สุดท้ายก็ได้แต่งงานกัน และพลันที่ไม่ได้ดั่งใจเมียก็เร่งรี่ไปรายงาน ————————————–กราฟิกและไอเดียโดยหน่อย [↩]
ชั่ว ช้า ดิน สลาย
ภาพยนตร์สุดชั่วช้านานาชาติ “ชั่ว ช้า ดิน สลาย”1 กับความจังไรของผู้นำประเทศฉายแล้วที่ “พาร์ลิเมนต์ เธียร์เตอร์” ๑๙ ตุลา ๕๓ ๒๖ ตุลา ๕๓ และกระหน่ำซ้ำสุดยิ่งใหญ่ ๒ พฤศจิกา นำแสดงโดยสามดารานำผู้ทรงอิทธิพล “มาร์คกี้” ผู้ดีอังกฤษจากโรงเรียนเช็ดขี้เยี่ยวจอมปลิ้นปล้อนแห่งยุค “ฮวยเซง” เด็กวัดผู้ทรยศและเข่นฆ่าประชาชนจนเติบใหญ่ทั้งโหดทั้งหวาน และ “ทักกี้” ผู้ดีกะหลั่วมากด้วยโมหะโทสะที่พร้อมทำลายทุกอย่างเพื่อตัวเอง คม-สมจริงบาดอารมณ์คนทั้งประเทศ กระชากหัวใจผู้รักชาติขยี้ยิ่งกว่าภาพยนตร์ใด ๆ ใครบางคนเคยบอกว่าถ้าทำเสียดินแดนก็ไม่ควรอยู่เป็นคนไทย ทำประหนึ่งว่าการเสียดินแดนแถบพระวิหารนั้นเป็นเรื่องสำคัญเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย หากก่อนนั้นมิได้เห็นท่าทีกระตือรือร้นจริงจัง ทว่าพอมีเหตุขัดแย้งกับ “กุ๊ยขะแมร์” เรื่องตั้ง “ยอดชายนายหน้าเหลี่ยม” ก็ร้อนรนกลิ้งเกลือกกับพื้นขว้างข้าวเขวี้ยงของตัดความสัมพันธ์กับ “กุ๊ยขะแมร์” ปากกล้าด่าทอข้ามสันปันน้ำ ชั่วสองฤดูผ่านกุ๊ยขะแมร์เปลี่ยนท่าทางท่วงทีปลดชู้รักหน้าเหลี่ยม หนุ่มน้อยมาดผู้ดีก็เร่งรี่หูตั้งหางกระดิก ลิ้นห้อยน้ำลายย้อยยกสองขาหน้าไปขอคืนดี เมื่อสัมพันธ์เริ่มหวานฉ่ำก็พลีใจถวายแผ่นดิน ยอมทุกท่วงท่ากิริยา กระทั่งว่าแค่เห็บหมัดหมาตัวเล็ก ๆ ก็จะยอมเอาแผ่นดินเข้าแลกหากเพียงแต่ว่า “กุ๊ยขะแมร์” จะพึงใจพอใจตามใจ!! ————————————–ไอเดียและกราฟิกโดย Amat Noi [↩]
ฮุน เซน บอกรถถังจะมาเพิ่ม — ส่งลูกชายเยี่ยมทหารแนวชายแดนไทย
ฟิฟทีนมูฟ –ฮุน เซนประกาศกัมพูชาซื้อรถถังและยานเกราะมากกว่าร้อยคัน เรือไม่พอขน กำลังจะมาถึงอีกระลอก ดอดส่งลูกชายเยี่ยมทหารตามแนวชายแดนไทย เร่งปรับภาพลักษณ์เตรียมส่งถ่ายอำนาจทางการเมือง (?) (ซ้าย) ฮุน เซน ระหว่างการปาฐกถาที่มหาวิทยาลัยโพธิศาสตรา (ขวา) คณะของฮุน มาเนต (เสื้อฟ้าใส่หมวก) ขณะเยี่ยมทหารตามแนวชายแดน สำนักข่าวต้นมะขาม (เดิมอัมปรึล) รายงานข่าวว่าระหว่างการปาฐกถาในงานรับปริญญาที่มหาวิทยาลัยโพธิศาสตรา (Puthisastra University) เมื่อวันพุธ (๒๙ กันยายน) ที่ผ่านมา นายฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชาได้กล่าวกับบัณฑิตว่าตนได้สั่งซื้อรถถังและรถยานเกราะลำเลียงพลมากกว่า ๑๐๐ คัน จากยุโรปตะวันออก แต่เนื่องจากการขนส่งทางเรือจุรถถังและรถยานเกราะได้เพียง ๙๖ คัน ส่วนที่เหลือจะถูกส่งมายังกัมพูชาด้วยเรืออีกลำซึ่งจะมาถึงเร็ว ๆ นี้ นายกรัฐมนตรี ฮุน เซน ระบุว่าตนได้พูดคุยตัวต่อตัวกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีไทย ในเรื่องความขัดแย้งเขตแดนที่นิวยอร์ค เมื่อวันที่ ๒๔ กันยายน และมีแผนที่จะพบปะกันอีกครั้งที่บรัสเซลและฮานอยในเดือนตุลาคม และระบุถึงการจัดซื้อรถถังและรถยานเกราะว่าไม่ใช่เป็นการแสดงแสนยานุภาพทางทหารหรือการกดดันต่อการเจรจาต่อรองกับไทย ขณะที่สำนักข่าวข่าวด่วนกัมพูชา รายงานว่าเมื่อวันที่ ๒๕ กันยายน ที่ผ่านมา บุตรชายสองคนของนายฮุน เซน คือ ฮุน มาเนต (Hun Manet) และ ฮุน มานิธ (Hun Manith) ได้เดินทางไปเยี่ยมทหารตามแนวชายแดน ที่กองพันที่ ๕๒ และ ๕๓ ในจังหวัดไพลินและพระตะบอง ในการเดินทางเยี่ยมทหารตามแนวชายแดนครั้งนี้ของบุตรชายทั้งสองของฮุน เซน มีนางชุน เลียง (Chhun Leang) ตัวแทนของธนาคารวัฒนา (Vattanac Bank) ร่วมเดินทางด้วย โดยได้บริจาคข้าว ๔๕ ตัน น้ำตาล ๔.๕ ตัน มุ้ง ๑๐๐๐ หลัง ผ้าขาวม้า ๑๐๐๐ ผืน เงิน ๒๐๐๐๐ เรียล (ประมาณ ๑๖๐ บาท) ให้ทหารแต่ละคน และบริจาคเงินให้กองพันที่ ๕๓ จำนวน ๒๐๐๐ เหรียญสหรัฐ กองพันที่ ๕๒ จำนวน ๓๐๐๐ เหรียญสหรัฐ การออกเยี่ยมทหารครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นอีกความพยายามของฮุน เซน ในการเตรียมการสืบทอดอำนาจทางการเมืองให้กับบุตรชายสองคนและบุตรเขย ซึ่งปรากฎตัวทำกิจกรรมทางสังคมอย่างต่อเนื่อง ก่อนหน้านี้ ฮุน มาเนต บุตรชายคนโตได้รับการแต่งตั้งเป็นรองผู้บัญชาการหน่วยรักษาความปลอดภัยของฮุน … Continue
ฮุน เซน คุยมาร์คชื่นมื่น โวจ่ายตังค์ค่าห้องคุย
ฟิฟทีนมูฟ – ฮุนมาแปลก ไม่ด่าไทย นายฮุน เซน เปิดเผยกับบัณฑิตจบใหม่บอกพูดคุยกับอภิสิทธิ์ที่นิวยอร์คชื่นมื่น มั่นใจในกันและกัน ไม่มีประเทศไหนต้องการก่อสงคราม เร่งปรับปรุงความสัมพันธ์ประเทศเพื่อนบ้าน แถมโวใจป้ำออกค่าห้องคุยนอกรอบเอง ภาพบรรยากาศการพูดคุยที่สุดจะชื่นมื่นระหว่างนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายฮุน เซน สำนักข่าวซินหัวของจีนรายงานข่าววันนี้ (๒๙ กันยายน ๒๕๕๓) อ้างคำพูด ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ระหว่างปาฐกถากับบัณฑิตจบใหม่ในกรุงพนมเปญเช้าวันนี้ โดยนายฮุน เซน ระบุว่าการพบปะพูดคุยกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีไทย เป็นไปด้วยความชื่นมื่น ซึ่งสร้างความมั่นใจ เชื่อถือและความร่วมมือระหว่างสองประเทศ เขาระบุว่าระหว่างการพูดคุยร่วม ๔๐ นาที ที่กรุงนิวยอร์ค ได้พูดจากันในหลายประเด็นปัญหาเกี่ยวกับความร่วมมือทั่วไปแบบทวิภาคีระหว่างสองประเทศ ไม่เฉพาะปัญหาเขตแดน ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศเป็นเรื่องสำคัญ ไม่มีประเทศหนึ่งประเทศใดต้องการก่อสงคราม ต่างต้องการอยู่อย่างสงบสุข ทั้งนี้ ฮุน เซน เปิดเผยว่ากัมพูชากำลังอยู่ระหว่างการปรับปรุงความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านทั้งสามประเทศ ซึ่งได้แก่ เวียดนาม ลาว และไทย ในเป้าหมายที่จะสร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษตามแนวชายแดนของทั้งสามประเทศ ทันทีที่กลับจากกรุงนิวยอร์ค นายปรัก สุคน (Prak Sokhon) เลขาธิการสำนักนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีผู้ติดตาม ได้เปิดเผยแก่ผู้สื่อข่าวว่าการพูดคุยร่วม ๔๐ นาที ของสองผู้นำได้หารือกันใน ๔ ประเด็น ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นการหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าทางทหารระหว่างทั้งประเทศ ส่วนสามประเด็นที่เหลือได้แก่ การร่วมกันตรวจสอบการรายงานข่าวของสื่อที่อาจทำให้เกิดความสับสนหรือเป็นอันตรายต่อสาธารณะบนความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ การส่งเสริมความร่วมมือแลกเปลี่ยนศิลปะและกีฬา ประเมินความเป็นไปได้ในการเปิดจุดผ่านแดนสตุง บ็อตเพื่อส่งเสริมการค้าระหว่างสองประเทศ
มาร์ค-ฮุน จ๊ะจ๋า เห็นพ้องในสี่ประเด็น ยังไงก็ไม่รบ ซ้ำจะตรวจสอบสื่อยั่วยุ
ฟิฟทีนมูฟ — หนังสือพิมพ์กัมพูชาใหม่ หรือกัมปูเจีย ทะมัย รายงานว่าเมื่อวันศุกร์ที่ ๒๔ กันยายน ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรี ฮุน เซน และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีไทย พบปะพูดคุยกันในการประชุมอาเซียน-สหรัฐ ที่นิวยอร์คเป็นเวลา ๔๐ นาที เห็นพ้องกันใน ๔ ประเด็น นายปรัก สุคน (Prak Sokhon ) รัฐมนตรีซึ่งติดตามนายกรัฐมนตรี ฮุน เซน ระบุว่าระหว่างการพูดคุยร่วม ๔๐ นาที นายกรัฐมนตรีทั้งสองเห็นพ้องต้องกันในประเด็นดังต่อไปนี้ ๑. ทั้งสองฝ่ายจะพยายามอย่างที่สุดที่หลีกเลี่ยงการปะทะของหทาร รวมถึงการเผชิญหน้าทางทหาร ๒. ส่งเสริมความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมในด้านศิลปะและกีฬา ๓. เพื่อร่วมกันตรวจสอบความเป็นไปได้ในการเปิดจุดผ่านแดนสตุง บ็อต (Stung Bot) ใกล้ปอยเปต ในมุมมองที่จะรักษาสถานะของจุดผ่านแดนนานาชาติปอยเปตให้เป็นจุดผ่านแดนสำหรับการท่องเที่ยว และสตุง บ็อตในฐานะประตูการค้าระหว่างสองประเทศ ๔. ร่วมกันตรวจสอบการรายงานข่าวและการยั่วยุผ่านสื่อในทั้งสองประเทศเพื่อหลีกเลี่ยงความเข้าใจผิด โดยเฉพาะเมื่อมีการโจมตีผู้นำรัฐบาลของทั้งสองประเทศซึ่งอาจนำไปสู่การเผชิญหน้ากัน ตามรายงานของหนังสือพิมพ์กัมพูชาใหม่ นายกรัฐมนตรีทั้งสองไม่ได้พูดคุยเกี่ยวกับประเด็นปัญหาปราสาทพระวิหาร ซึ่งนาย ฮุน เซน เคยยืนยันหนักแน่นว่าจะให้การสั่งสอนนายอภิสิทธิ์ ซึ่งทำให้เขาโกรธเคืองในกรณีที่นายอภิสิทธิ์ประกาศจะใช้มาตรการทางทหารขับไล่ทหารและประชาชนกัมพูชาจากพื้นที่ใกล้ปราสาทพระวิหาร
ลืออีกระลอก ฮวย เซ็ง เตรียมผลัดอำนาจให้ลูกชายคนโต
ฟิฟทีนมูฟ — ภายหลังข่าวความเจ็บป่วย ลอบสังหาร หรือรัฐประหารของฮุน เซน ซึ่งแพร่สะพัดเมื่อหลายเดือนก่อน หนังสือพิมพ์กัมพูชาใหม่หรือกัมปูเจียทมัยรายงานข่าวเมื่อวันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๓ ปล่อยข่าวอีกระลอกถึงการเตรียมการผลัดอำนาจให้บุตรชายคนโตซึ่งถูกวางตัวเป็นทายาททางการเมือง โดยข่าวระบุว่านายกรัฐมนตรี ฮุน เซน เตรียมวางตำแหน่งให้กับผู้สืบทอดอำนาจทางการเมืองในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า โดยเฉพาะลูกชายคนโต ฮุน มาเนต (Hun Manet) ซึ่งเพิ่งปรากฎตัวต่อสาธารณะปฏิบัติงานด้านมนุษยธรรมในพื้นที่คนด้อยโอกาส โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทของกัมพูชา การปรากฎตัวต่อสาธารณะครั้งล่าสุดเมื่อวันเสาร์ที่ ๑๘ สิงหาคม ที่อำเภอไผ่แก้ว (รุสสี แก้ว – Russey Keo ) กรุงพนมเปญ เมื่อคณะของลูกชายสองคนของฮุน เซน ซึ่งประกอบด้วย ฮุน มาเนต และ ฮุน มานี (Hun Many ) พร้อมภรรยา และ ดี วิเชียร (ดี วิเจีย – Dy Vichea) ลูกเขยของฮุน เซน ซึ่งเป็นลูกชายผู้บัญชาการตำรวจคนล่าสุด นายหก ลันดี (Hok Lundy) ได้นำของขวัญจำนวนมากมอบให้กับเด็กกำพร้า ๑๓๓ คนในสถานเลี้ยงดูเด็กกำพร้าในพื้นที่ โดยได้บริจาคจักรยานจำนวน ๕๐ คัน ข้าว ๒ ตัน ปลารมควัน ๕๐ กิโลกรัม ไชโป๊ ๑๐๐ กิโลกรัม ปลากระป๋อง ๑๐ กล่อง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ๕๐ กล่อง เกลือ ๑๐๐ กิโลกรัม ผงชูรส ๘๐ กิโลกรัม น้ำตาลทรายขาว ๒๐๐ กิโลกรัม น้ำปลา ๒๐ ลัง และซอสถั่วเหลือง ๒๐ ลัง ยิ่งกว่านั้น คณะได้บริจาคลูกฟุตบอล ๑๐ ลูก วอลเลย์บอล ๑๐ ลูก ลูกขนไก่ ๑๐ ลูก เป็นต้น นอกจากนี้ยังได้บริจาคโน้ตบุ้ค ๖๖๐ เครื่อง เสื้อยืด ๑๖๐ ตัว ปากกา ดินสอ เสื้อผ้าและสิ่งของอื่น ๆ ให้กับเด็ก ๑๓๓ … Continue



